ข่าว

GIZ- กรมโยธาฯ ร่วมพัฒนาเมืองยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์ สู่การวางกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ

14 มิ.ย. 2567
เขียนโดย: Urban-Act ประเทศไทย
ภาพประกอบ: Urban-Act ประเทศไทย

  • ร่วมเรียนรู้ว่าเมืองกำลังเผชิญหน้ากับความร้อนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไรและจะทำอย่างไรเพื่อลดอุณหภูมิ พร้อมแนวทางแก้ไขด้วยชุดความรู้ใหม่จากโครงการ Urban-Act
  • แนวทางตามหลักวิทยาศาสตร์นำเสนอข้อมูลให้นักวางผังเมืองและผู้กำหนดนโยบายเมืองนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อสร้างเมืองที่รับมือกับสภาพอากาศได้
  • ศึกษาการสร้างเมืองสีเขียวจากจีนที่เปลี่ยนพื้นที่อุตสาหกรรมให้กลายเป็นสวนสาธารณะ และนำระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้

GIZ ประจำประเทศไทย ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ภายใต้การดำเนินงานของโครงการ Urban-Act ร่วมจัด “ซีรีส์การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อพัฒนาเมืองที่ความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวได้จากผลกระทบสภาพภูมิอากาศ” อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของโครงการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบูรณาการประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่กระบวนการการวางผังเมืองในทุกระดับ โดยเน้นความรู้เกี่ยวกับกรอบนโยบาย การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการออกแบบเมืองและอาคาร รวมทั้งการนำเสนอแนวทางการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมตัวอย่างแนวทางการดำเนินงานจากทั้งผู้เชี่ยวชาญไทยและต่างประเทศ ซึ่งประเด็นการแลกเปลี่ยนแต่ละครั้งจะคำนึงถึงบริบทของระบบการวางผังเมืองของไทย เพื่อให้นักวางผังเมืองสามารถนำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้ต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสัมมนาวิชาการครั้งล่าสุดในหัวข้อ “ทิศทางการวางพื้นฐานด้านเมืองและสภาพภูมิอากาศ โดยการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การวางแผนกลยุทธ์ และการนำไปสู่การปฏิบัติ” จัดขึ้นเมื่อวันที่14 มิถุนายน พ.ศ. 2567 เวลา 9.30 – 12.00 น. ณ กรมโยธาธิการและผังเมือง พระราม 9 มีผู้สนใจเข้าร่วมงานที่กรมฯ และทางออนไลน์รวมกว่า 100 คน โดยมีคุณอัญชลี ตันวานิช ที่ปรึกษาด้านการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง และคุณไฮน์ริช กุเดนุส ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ

การสัมมนาเริ่มด้วยการบรรยายเรื่อง “วิทยาศาสตร์ภูมิอากาศขั้นพื้นฐานและการนำมาใช้ในการพัฒนาเมือง” (Urban Climate Science fundamentals) รศ.ดร.แคธี่ โอเค่ (Assoc. Prof. Dr Cathy Oke) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเมลเบิร์นเพื่อการพัฒนาเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ อาคาร และการวางแผน มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย นำเสนอเนื้อหาจาก “บทสรุปสำหรับผู้กำหนดนโยบายเมือง (The Summary for Urban Policymakers (SUP)) ซึ่งเป็นข้อมูลจากรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ที่นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาสรุปเพื่อให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจของเมืองสามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยยกระดับให้เมืองสามารถดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศและฟื้นตัวได้

การนำเสนอแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) ผลวิจัยล่าสุดด้านสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับเมืองและพื้นที่เมือง 2) ผลกระทบ การปรับตัว และความเสี่ยงที่เมืองต้องเผชิญ และ 3) กลยุทธ์การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับเมือง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://supforclimate.com/.

รายงาน IPCC ฉบับล่าสุดได้เน้นถึงการขยายตัวของเมืองในอนาคต เมื่อพิจารณารวมกับเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น คลื่นความร้อน จะยิ่งทำให้ความร้อนในเมืองทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ การเติบโตของเมืองเพียงอย่างเดียว แม้ไม่มีอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก็จะทำให้ผลกระทบเกาะความร้อนในเมืองรุนแรงขึ้น โดยปรากฏการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ เนื่องจากความแตกต่างของอุณหภูมิและความร้อนที่มักจะสูงขึ้นในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นผลจากมวลความร้อนถูกกักเก็บและกดไว้ราวกับถูกฝาครอบ จึงทำให้รู้สึกไม่สบายตัว เกิดความเครียด และมีปัญหาสุขภาพ แม้มนุษย์จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปในระยะยาวได้ แต่ความผันผวนในระยะสั้นอาจทำให้อัตราการตายและการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้ ดร.โอเค่ยังสะท้อนให้เห็นว่า เมืองและเขตเมืองมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินนโยบายทางเลือกในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในรูปแบบต่างๆ เช่น การขนส่งคาร์บอนต่ำ อาคารประหยัดพลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ

การตั้งเป้าหมายเชิงนโยบายของการพัฒนาเมืองที่ท้าทายจะนำไปสู่การออกแบบและการดำเนินงานการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลดีทั้งในด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้เช่นกัน

คุณจาง ตงหยู จากกรมวิจัยนโยบายและกฎระเบียบ ศูนย์ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติและความร่วมมือระหว่างประเทศ (NCSC) ได้แบ่งปันประสบการณ์จาก “โครงการนำร่องการสร้างเมืองคาร์บอนต่ำและเมืองที่ปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศจีน”

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2556 กลยุทธ์ระดับชาติของจีน คือให้ความสำคัญทั้งการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลยุทธ์การลดก๊าซฯ จีนมุ่งเน้นการวางแผนระยะยาวด้านพลังงาน อุตสาหกรรม และทรัพยากรธรรมชาติ ในขณะที่กลยุทธ์การปรับตัวฯ จีนเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังความเสี่ยงและการบริหารจัดการระบบธรรมชาติ สังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งมีการเปิดตัวโครงการนำร่องจำนวน 28 โครงการในปี พ.ศ. 2560 ต่อมากลยุทธ์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้เป็นวาระแห่งชาติจนถึง พ.ศ. 2578 และในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา มีการเพิ่มโครงการใหม่อีก 39 โครงการ

ตัวอย่างโครงการที่ประสบความสำเร็จ เช่น 1) การเปลี่ยนแปลงพื้นที่อุตสาหกรรมเก่าในเมืองจี่หนานให้กลายเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สวยงาม 2) ระบบขนส่งสาธารณะสีเขียวและคาร์บอนต่ำในเมืองเซี่ยเหมิน 3) โครงการเมืองฟองน้ำในเมืองฉางเต๋อ และ 4) การฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่เหมืองถ่านหินในเมืองหวายเป่ย โครงการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (โปรดดูภาพขยายด้านล่าง)

สุดท้าย ดร.จาง หย่งเซียง รองผู้อำนวยการ สำนักวิจัยยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติจีน (NFCC) ได้นำเสนอเรื่อง เกาะความร้อนในเมือง (UHI) ซึ่งมีเนื้อหาการวิจัยเกี่ยวกับการตรวจติดตามผลกระทบของสภาพภูมิอากาศระดับจุลภาคในเมือง (อุณหภูมิ ความชื้น) โดยใช้ระบบการจำแนกพื้นที่ภูมิอากาศท้องถิ่น (LCZ) ซึ่งการศึกษานี้ได้ตรวจสอบความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างพื้นที่ที่มีอาคารและพื้นที่ไม่มีอาคาร รวมถึงผลลัพธ์ของการใช้พลังงานในอาคารเมื่อติดตั้งหลังคาสีเขียว

ดร.จางยังได้นำเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของปรากฎการณ์เกาะความร้อนในเมือง โดยใช้ข้อมูลจากพื้นที่เมืองและชนบทใน 15 เมือง เพื่อศึกษาผลกระทบของอุณหภูมิและความชื้นที่มีผลต่อมนุษย์ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าภายใต้สภาพอากาศที่คล้ายคลึงกัน พื้นที่เมืองและชนบทได้รับผลกระทบต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในด้านความถี่และระยะเวลาที่เมืองได้รับคลื่นความร้อนและคลื่นความหนาวเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อน ยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงและมีพื้นผิวคอนกรีตจะมีแนวโน้มที่จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเนื่องจากผลกระทบของเกาะความร้อนในเมือง ดังนั้นพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำจึงมีบทบาทสำคัญในการลดอุณหภูมิและปรับปรุงคุณภาพอากาศในเขตเมือง

การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า เมืองสามารถดำเนินนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังได้ หากเมืองสามารถดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกควบคู่ไปกับมาตรการการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

 

อัลบั้มภาพ

ข้อมูลโครงการ Urban-Act
โครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำ และการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act) เป็นโครงการในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) โดยกระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK) มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาเมืองแบบคาร์บอนต่ำและฟื้นตัวได้ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ดำเนินการใน 5 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย หน่วยงานดำเนินงานระดับภูมิภาค ประกอบด้วย องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) องค์การเมืองและรัฐบาลท้องถิ่นแห่งเอเชียแปซิฟิก (UCLG ASPAC) มหาวิทยาลัยชตุทการ์ท และมหาวิทยาลัยดอร์ทมุนท์ ประเทศเยอรมนี โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย (สป.มท.) กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินงานหลักในประเทศไทย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
ไฮน์ริช กูเดนุส
ผู้อำนวยการโครงการ Urban-Act
อีเมล: heinrich.gudenus(at)giz.de
Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)