เมื่อวันที่ 16–17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ผ่านโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (Climate Change, Coastal and Marine Biodiversity: CCMB) ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) และคณะที่ปรึกษาโครงการ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและพัฒนาแผนที่นำทางแหล่งกักเก็บคาร์บอนของประเทศไทย (Carbon Sink Roadmap) ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วน เพื่อเพิ่มปริมาณ บริหารจัดการ และติดตามการประเมินผลแหล่งกักเก็บคาร์บอนของประเทศอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมมากมาย ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อาทิ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ การมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ที่ดิน ภาคการเกษตร และการวางแผนนโยบาย สะท้อนถึงความร่วมมือเชิงบูรณาการที่ผสานองค์ความรู้ทางวิชาการ ข้อมูลเชิงพื้นที่ และประสบการณ์เชิงปฏิบัติจากหลายมิติ เพื่อร่วมออกแบบแนวทางการเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย
การประชุมแบ่งออกเป็น 3 ห้องย่อยตามหัวข้อ ได้แก่
- ระบบนิเวศป่าบก
- ระบบนิเวศป่าในเมือง
- ระบบนิเวศป่าชายเลนและหญ้าทะเล
การจัดกลุ่มตามความเชี่ยวชาญและภารกิจของผู้เข้าร่วมช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก และร่วมวิเคราะห์ศักยภาพ ข้อจำกัด และโอกาสในการเพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอนในแต่ละระบบนิเวศอย่างตรงจุด นอกจากนั้นยังช่วยเชื่อมโยงการทำงานจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ เวทีดังกล่าวยังเป็นพื้นที่สำคัญในการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคาร์บอน เช่น เครื่องมือสำรวจชีวมวลภาคสนาม การใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และการประมวลผลภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีเขียวแบบใกล้เคียงเวลาจริง (near real-time) รวมถึงแนวทางการพัฒนาระบบวัด รายงาน และทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification: MRV) เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลคาร์บอน และการเชื่อมโยงสู่กลไกตลาดคาร์บอนเครดิตในอนาคต ประเด็นเหล่านี้ช่วยให้ Carbon Sink Roadmap ไม่ได้เป็นเพียงกรอบนโยบายเชิงทฤษฎี แต่สามารถต่อยอดสู่การดำเนินงานจริง สร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
แผนงานการเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอนของประเทศไทยภายใต้กิจกรรมนี้มีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนเป้าหมาย NDC 3.0 ที่มุ่งยกระดับศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการดูดซับก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 118 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี พ.ศ. 2578 และ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี พ.ศ. 2580 การดำเนินงานนี้ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี พ.ศ. 2593 และเสริมรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในระดับนโยบาย ระดับพื้นที่ และระดับชุมชนอย่างแท้จริง
ติดตามข้อมูลโครงการ CCMB เพิ่มเติมได้ที่ https://www.thai-german-cooperation.info/climate-coastal-and-marine-biodiversity-ccmb-th/
ดร. อังคณา เฉลิมพงศ์
ผู้อำนวยการโครงการ
อีเมล: angkana.chalermpong@giz.de