ข่าว

ประเทศเยอรมนีจับมือประเทศไทยให้การสนับสนุนการพัฒนามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีความท้าทายของภาคการขนส่ง (TRANSfer III–Facilitating the Development of Ambitious Mitigation Actions) เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยมีการขนส่งที่สะอาดและยั่งยืน

26 ก.ย. 2565

กรุงเทพมหานคร 26 กันยายน 2565 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดงานสัมมนาปิดโครงการ TRANSfer IIIเพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของความร่วมมือของการส่งเสริมการขนส่งที่สะอาดและยั่งยืนของประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สนข. และ GIZ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันในการศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาการขนส่งที่มีความท้าทายเช่น การจราจรติดขัด และการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ เช่น การขยายเส้นทางระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และการปรับปรุงการใช้รถโดยสารประจำทาง โดยการเปลี่ยนเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้และบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ โดยกระทรวงคมนาคมได้กำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก 31 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ (Nationally Determined Contributions: NDC) ภายในปี 2030 และหากประเทศไทยได้รับการสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยจะมาสามารถยกระดับเป้าหมาย NDC ขึ้นเป็นร้อยละ 40 และบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero greenhouse gas emission) ภายในหรือก่อนหน้า ปี 2065 ตามที่ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงไว้ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ได้”

นายเกออร์ค ชมิท เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า “ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นแรงผลักดันไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่ง และเป็นส่วนสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศเยอรมนี ในโอกาสครบรอบ 160 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เยอรมัน แม้ว่าตลาดยานยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่งเริ่มเติบโตในระดับโลกและในประเทศไทย รัฐบาลควรจะพิจารณาให้การสนับสนุนการลงทุน และสร้างรูปแบบทางธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีอัดประจุไฟฟ้า การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน โดยความร่วมมือจากนานาชาติ และการสนับสนุนผ่านด้านเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

นายปัญญา  ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรกล่าวตอนท้ายว่า “ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สนข. และ GIZ รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันในการศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาการขนส่งที่มีความท้าทาย เช่น การจราจรติดขัด และการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และถึงแม้ว่าการดำเนินโครงการ TRANSfer กำลังจะสิ้นสุดลง แต่ สนข. จะยังมุ่งมั่นที่จะสานต่อการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้ของโครงการ TRANSfer ต่อไป เช่น การศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนในเขตพื้นที่การจราจรหนาแน่นในเขตกรุงเทพมหานคร และแนวทางการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะเพื่ออากาศสะอาดเพื่อปรับปรุงการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และการที่ สนข. ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือกับโครงการ TRANSfer นั้น เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการขนส่งที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม เราจะยังคงร่วมมือกับ GIZ ต่อไปในโครงการอื่น ๆ เช่น โครงการเสนอมาตรการและแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของยานยนต์และส่งสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ และการปรับปรุงแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ สาขาคมนาคมขนส่งเป็นต้น” ทั้งนี้ จากผลการศึกษาเบื้องต้นของโครงการ พบว่า หากมีการดำเนินมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนจะสามารถช่วยลดปริมาณการจราจรติดขัดและมลพิษทางอากาศ เพิ่มความเร็วในการเดินทางและจำนวนผู้ใช้งานระบบขนส่งสาธารณะ จากการวิเคราะห์ทางการเงินพบว่า ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า ต่ำกว่ารถโดยสารประจำทางที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงถึงร้อยละ 23 เนื่องมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าที่ต่างกันถึง 3 เท่า และหากมีการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางที่ใช้ก๊าซธรรมชาติมาเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า 3,200 คันได้ ก็จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 184,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของรถโดยสารประจำทางยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว

ทั้งนี้ ความท้าทายของการนำผลลัพธ์จากการดำเนินงานหัวข้อต่าง ๆ ของโครงการไปสู่การปฏิบัติจริงและมีการเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมในอนาคตของมาตรการด้านการขนส่งที่ยั่งยืน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สนข. และ GIZ เชื่อว่าการสัมมนาปิดโครงการ TRANSfer นี้จะช่วยเพิ่มการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดำเนินการในภาคการขนส่งเพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และถึงแม้โครงการกำลังจะสิ้นสุดลง แต่ผลลัพธ์ของโครงการจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่งของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

ดร. โดมินิก้า คาลินโนวสก้า
ผู้อำนวยการโครงการภาคการคมนาคมขนส่ง GIZ ประจำประเทศไทย/อาเซียน
อีเมล:dominika.kalinowska@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)