เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงมากขึ้น ความต้องการอาคารที่ทนทานและสามารถฟื้นตัวได้หลังจากเกิดผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเด็นนี้ได้คือ ความร่วมมือระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568 GIZ ประจำประเทศไทย ผ่านโครงการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมเพื่อส่งเสริมการเติบโตแบบคาร์บอนต่ำ และการเป็นเมืองที่ฟื้นตัวได้ (Urban-Act) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาระหว่างประเทศแห่งประเทศฝรั่งเศส (Agence Française de Développement:AFD) จัดกิจกรรมคู่ขนานระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก สมัยที่ 81 ในหัวข้อ “เส้นทางความร่วมมือสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์: นวัตกรรมอาคารยั่งยืนในเอเชีย-แปซิฟิก” (Collaborative Pathways to Net-Zero: Innovations in Sustainable Building for the Asia-Pacific) ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ โดยผู้แทนหลายประเทศในเอเชียและยุโรปได้มารวมพลังย้ำจุดยืนร่วมกันว่า หากต้องการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero emissions) เราต้องอาศัย “ความร่วมมือ” อย่างจริงจัง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอาคาร
ร่วมมือกันเพื่อหาทางออก
ภาคอาคารมีบทบาทสำคัญต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั่วโลก ขณะที่ภูมิภาคเอเชียคาดว่าจะมีการก่อสร้างอาคารใหม่มากถึงครึ่งหนึ่งของทั้งโลกภายใน พ.ศ. 2583และความต้องการพลังงานเพื่อการทำความเย็นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าภายในปีเดียวกัน
ในการเสวนา ผู้แทนจากหลายประเทศต่างเห็นตรงกันว่า การผลักดันอาคารยั่งยืนไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของเทคโนโลยีใหม่ แต่ยังหมายถึง นโยบายและความร่วมมือที่ต้องเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อสร้างอย่างเป็นระบบอีกด้วย
ผู้แทนจากสถานทูตฝรั่งเศสและเยอรมนีเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างประเทศที่จำเป็นและความมุ่งมั่นร่วมกันของประเทศต่างๆ ในการแก้ไขความท้าทายนี้
มาร์ค-อเล็กซ็องดร์ ปองแตรีส์ (Marc-Alexandre Panteris) รองผู้สังเกตการณ์ถาวรประจำ ESCAP ของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยกล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างเยอรมนีและฝรั่งเศสด้านการก่อสร้างอย่างยั่งยืนถือเป็นแสงแห่งความหวังและความก้าวหน้า ผ่านโครงการอย่าง PEEB (Partnership for Energy Efficiency in Buildings) ภายใต้ GlobalABC เราได้ช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงของภาคอาคารและแสดงให้เห็นว่า ‘การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ’ คือเสาหลักของการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
โฟกต์ได้นำเสนอรายงานฉบับใหม่ของ GlobalABC ในชื่อ “Local Solutions for Green Buildings & Construction” ซึ่งนำเสนอทางออกระดับท้องถิ่นเพื่อการก่อสร้างสีเขียวและอาคารยั่งยืน และชี้ให้เห็นถึงบทบาทของ ธรรมาภิบาลหลายระดับ กรอบยุทธศาสตร์ และความร่วมมือแบบ PPPP (ภาครัฐ-เอกชน-ประชาชน) ที่จะช่วยขับเคลื่อนอาคารเขียวอย่างเป็นรูปธรรม
GIZ ร่วมมือกับรัฐบาลและผู้นำท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่มีความสามารถในการฟื้นตัวจากผลกระทบสภาพภูมิอากาศและปล่อยคาร์บอนต่ำทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเมืองต่างๆ ในการปรับตัวกับความซับซ้อนของการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เธอยังยกตัวอย่างจากประเทศอินเดียและอินโดนีเซีย ซึ่ง GIZ กำลังสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้เครื่องมือวางผังเมืองแบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของเมือง
โรมาน เดลกูร์ (Romane Delcourt) จาก AFD กล่าวถึงบทบาทของโครงการ PEEB ที่กำลังผลักดันการสร้างอาคารปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ใน 21 ประเทศทั่วโลก ด้วยงบประมาณสนับสนุนกว่า 2.2 พันล้านยูโร ซึ่งสามารถช่วยลดค่าไฟได้ถึง 40% และยังผลักดันนโยบาย พันธมิตร และการดำเนินงานจริงสู่เป้าหมาย พ.ศ. 2573
ซันเจย์ เซ็ธ (Sanjay Seth) ผู้อำนวยการอาวุโสจากสถาบันพลังงานและทรัพยากร (TERI) ประเทศอินเดีย เน้นย้ำว่า เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตภูมิอากาศได้ จำเป็นต้องสร้างความตระหนักรู้ของประชาชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และสนับสนุนงานวิจัยในประเทศ โดยเฉพาะในตลาดที่มีความอ่อนไหวด้านราคา เช่น อินเดีย
คุณพรรณรบ เตชะมงคลาภิวัฒน์ (ด้านบน-ซ้ายสุด) รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าร่วมงานในฐานะตัวแทนจากสำนักงานสถาปัตยกรรม พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากกรมฯ ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการ Urban-Act เพื่อสนับสนุนความพยายามของประเทศไทยในการยกระดับนวัตกรรมการออกแบบอาคารให้เท่าทันมาตรฐานสากล