ประเทศไทยมีระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนดำเนินการอยู่ 100 กว่าแห่งทั่วประเทศ โดยสามารถรองรับการบำบัดน้ำเสียได้ประมาณ 2.7 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 27 ของปริมาณน้ำเสียชุมชนที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ได้กำหนดให้สร้างระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางเพิ่มกว่า 700 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2580
ปัจจุบัน การเดินระบบบำบัดน้ำเสียบางแห่งยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ส่งผลให้คุณภาพการบำบัดน้ำเสียต่ำ เกิดค่าใช้จ่ายสูงในการเดินระบบ และสร้างผลกระทบทางลบต่อสภาพภูมิอากาศ .
การเก็บและจัดการข้อมูลของระบบบำบัดน้ำเสียที่แม่นยำและสะท้อนความเป็นจริง เป็นตัวแปรสำคัญในการช่วยพัฒนาการเดินระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความท้าทายที่พบบ่อยครั้งในการทำงาน คือ ข้อมูลมีจำนวนมาก มีการรวบรวมข้อมูลจากหลายฝ่าย และเกิดการเปลี่ยนแปลงบ่อย ถึงแม้การเก็บและเผยแพร่ข้อมูลบนกระดาษยังจำเป็นในบางกรณี แต่ก็มีข้อจำกัดด้านความฉับไวในการค้นหา แก้ไข วิเคราะห์ เผยแพร่ข้อมูล รวมถึงไม่สะดวกต่อการติดตามข้อมูลผลการเดินระบบฯ ที่เป็นปัจจุบัน และไม่ยั่งยืนต่อการเก็บรักษาและใช้ประโยชน์ข้อมูลในระยะยาว
เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานและการจัดการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) GIZ และบริษัทที่ปรึกษา Geo Info จึงร่วมกันพัฒนาโปรแกรม “ระบบฐานข้อมูลและติดตามการดำเนินงานระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนและระบบบำบัดน้ำเสียแบบกลุ่มอาคาร” (ชื่อภาษาอังกฤษว่า DSPOT “Database System for Publicly Owned Treatment Works”) เพื่อแสดงสถานการณ์การจัดการน้ำเสียของประเทศไทยผ่านเว็บไซต์ โดยครอบคลุมเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียรวมที่หน่วยงานรัฐเป็นผู้บริหารจัดการ ฐานข้อมูลดังกล่าวจะช่วยลดภาระผู้ปฏิบัติงาน และอำนวยความสะดวกผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการค้นหา หรือนำข้อมูลเปิดไปใช้ได้อย่างอิสระ (Open Data) เช่น รายละเอียดระบบบำบัดน้ำเสียรวมของประเทศ ปริมาณน้ำเสียที่เข้าระบบ และสถิติการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบบำบัดฯ
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นผู้รับผิดชอบหลักในกระบวนการจัดการข้อมูลระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรการปกครองท้องถิ่น (อปท.) ผู้มีหน้าที่ให้บริการบำบัดน้ำเสียแก่ประชาชนในเขตให้บริการ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค (สสภ.) ผู้ให้คำปรึกษาเชิงวิชาการแก่ อปท. ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ และ คพ. ผู้สนับสนุนงานด้านนโยบายและวิชาการในการจัดการน้ำเสียของประเทศ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา คพ. และ GIZ ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการผ่านระบบการประชุมออนไลน์ด้านการใช้โปรแกรม DSPOT โดยมีผู้แทนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เข้าร่วมทดลองใช้ และให้ความคิดเห็นแก่คณะทำงานเพื่อนำไปปรับปรุงฐานข้อมูลเพิ่มเติม
นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวในพิธีเปิดว่า “ฐานข้อมูลมุ่งหวังสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการข้อมูลระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หวังว่าการอบรมในครั้งนี้จะช่วยผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ความเข้าใจการใช้งาน และสามารถนำไปปฏิบัติได้ตามวัตถุประสงค์ต่อไป”
นอกจากนี้ นายแวร์เนอร์ คอสมันน์ ผู้อำนวยการโครงการการจัดการขยะและน้ำเสียชุมชน ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGCP-Waste) จาก GIZ ได้ย้ำความสำคัญของการจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ “นอกจากช่วยให้เข้าใจปัญหาและหาวิธีปรับปรุงการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียรวมฯ ให้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคน้ำเสียชุมชนอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ภายใต้แผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (NDC: Nationally Determined Contributions)”
สามารถเยี่ยมชมโปรแกรมและทดลองใช้งาน DSPOT ได้ที่ https://dspot.pcd.go.th/ โดยระบบการใช้งานและข้อมูลต่างๆ จะถูกดำเนินการเป็นภาษาไทย
รู้หรือไม่?
โครงการการจัดการขยะและน้ำเสียชุมชน ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (หรืออีกชื่อหนึ่งที่หน่วยงานไทยรู้จักคือ “โครงการการจัดการของเสียแบบผสมผสานเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก”) เป็นความร่วมมือระหว่าง คพ. และ GIZ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียชุมชนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนองต่อนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย