เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา ทีมงาน Corporate Sustainability Handprint หรือ CSH ประเทศไทย ฝ่ายงานด้านความสมดุลของระบบนิเวศ (Ecological Balance) ได้จัดการฝึกอบรมออนไลน์ในหัวข้อ “เรา แยก (ขยะ) กันเถอะ – Goodbye, my unsorted waste” ให้แก่พนักงาน GIZ ประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์ขยะมูลฝอยของประเทศไทย แนะนำหลักการในการคัดแยกขยะ ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนวิธีการที่ใช้ในการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง
การฝึกอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากดร.ลัณฉกร ประทุมรัตน์ โครงการอำนวยความสะดวกด้านการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน และคุณพิมพ์พิลาส นันทิพล เคยรัมย์ โครงการการจัดการของเสียแบบผสมผสานเพื่อลดก๊าชเรือนกระจก ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นทีมงาน CSH ประเทศไทย มาร่วมบรรยายและให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ เช่น การแยกขยะแบบง่ายที่ถูกวิธีโดย
- ถังขยะสีเขียว รองรับขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว สามารถนำมาหมักทำปุ๋ยได้ เช่น ผัก ผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้
- ถังขยะสีเหลือง รองรับขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลหรือขายได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ
- ถังขยะสีน้ำเงิน รองรับขยะย่อยสลายไม่ได้ ไม่เป็นพิษและไม่คุ้มค่ากับการรีไซเคิล เช่น พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่สำเร็จรูป ถุงพลาสติก โฟมและฟอลย์ที่เปื้อนอาหาร และ
- ถังขยะสีแดง รองรับขยะที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ ขวดยา ถ่านไฟฉาย กระป๋องสีสเปรย์ กระป๋องยาฆ่าแมลง ภาชนะบรรจุสารอันตรายต่าง ๆ เป็นต้น
นอกเหนือจากการให้ความรู้แล้ว ทีม CSH ประเทศไทยยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงความคิดเห็น ผ่านการทำแบบฝึกหัดการแยะขยะแต่ละประเภทพร้อมทั้งนำเสนอวิธีการจัดการและคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ทั้งแบบแยกง่ายตามลักษณะของขยะทั้ง 4 ประเภทหลัก หรือการแยกละเอียด ตามองค์ประกอบที่แตกต่างกันของขยะ เช่น ขยะรีไซเคิล สามารถแยกย่อยได้เป็นพลาสติกแบบขุ่น พลาสติกแบบใส หรือพลาสติก 7 ประเภท คือ PET, HDPE, PVC, LDPE, PP, PS และอื่นๆ เช่น ขวดน้ำดื่มพลาสติก หากแยกง่าย สามารถคัดเพื่อแยกทิ้งในถังขยะรีไซเคิลได้ หากแยกละเอียดจะพบว่า ตัวขวดน้ำมักทำมาจากพลาสติกประเภทที่ 1 (PET) ฝาขวดทำมาจากพลาสติกประเภทที่ 2 (HDPE) หรือประเภทที่ 5 (PP) และฉลากเป็นพลาสติกประเภทที่ 3 (PVC) เป็นต้น
มร.ไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการ GIZ ประเทศไทยและมาเลเซีย กล่าวว่า “กิจกรรมในวันนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากและช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีให้กับพนักงาน GIZ ประเทศไทย การแยกขยะมีความสำคัญและก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดปริมาณขยะ เนื่องจากการแยกขยะจะช่วยให้เกิดการนำขยะกลับมารีไซเคิล ดังนั้นเราจะเหลือขยะที่ต้องกำจัดน้อยลง ขยะบนโลกก็จะลดลงด้วย นอกจากนี้การแยกขยะยังช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานและทรัพยากร เพราะขยะที่สามารถกลับมารีไซเคิลได้จะช่วยเพิ่มรายได้และลดทรัพยากรโลกในการผลิตใหม่อีกครั้ง ผมมองว่ากิจกรรมนี้ คือ จุดเริ่มต้นที่ดีในการส่งเสริมให้ทุกคนได้มองเห็นความสำคัญของการแยกขยะ และสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน ผมอยากให้ทุกคนมาช่วยกันแยกขยะเพื่อตัวเราและเพื่อโลกกันครับ”
รู้หรือไม่
- สถานที่กำจัดมูลฝอยชุมชนและสถานีขนถ่ายขยะที่เปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2563 มีจำนวน 2,274 แห่ง (ดำเนินการถูกต้อง 355 แห่ง ดำเนินการไม่ถูกต้อง 1,891 แห่ง และเป็นสถานีขนถ่ายขยะ 28 แห่ง)
- ต้นทุนในการจัดการของท้องถิ่นประมาณ 13,000 ล้านบาทต่อปี แต่เก็บค่าขยะได้เพียงปีละ 2,300 ล้านบาท โดยค่าเก็บขนขยะเฉลี่ยคิดเป็น 850 บาทต่อตัน และค่ากำจัดเฉลี่ยคิดเป็น 550 บาทต่อตัน (ขึ้นอยู่กับประเภทของเทคโนโลยีที่ใช้)
- กทม.มีการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฏหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (ฉ.2) ปีพ.ศ. 2562 จาก 20 บาทเป็น 80 บาทโดยจะบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 นี้
- แนวทางการกำจัดขยะแบบ 5Rs คือ 1. Reduce ลดการใช้ คือ การคิดก่อนใช้หรือการลดปริมาณขยะที่กำลังจะเกิดขึ้น 2. Reuse ใช้ซ้ำ คือ การนำของที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำให้คุ้มค่า 3. Reject ปฎิเสธการใช้ เช่น ผลิตภัณฑ์ย่อยสลายยาก หรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง 4. Recycle นำกลับมาใช้ใหม่ คือ การแปรรูปสิ่งของต่าง ๆ ให้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์ และ 5. Repair ซ่อมแซม เพื่อนำมาใช้ใหม่ คือ การซ่อมของที่พังแล้วให้กลับมาใช้ได้อีกครั้ง แทนที่จะทิ้งเป็นขยะโดยเปล่าประโยชน์
- “Reuse” กับ “Recycle” มีความแตกต่างกันตรงกระบวนการ โดย Reuse จะเป็นการ “นำกลับมาใช้โดยไม่เปลี่ยนสภาพ ไม่ได้เปลี่ยนรูปร่าง หรือลักษณะทางกายภาพของวัสดุผลิตภัณฑ์” เช่น ขวดน้ำพลาสติก เมื่อดื่มน้ำหมดแล้ว ล้างให้สะอาด แล้วเอากลับมาใส่น้ำแช่ในตู้เย็นเพื่อนำมาดื่มต่อ ส่วน Recycle จะเน้นที่การ “มีกระบวนการเปลี่ยนแปลงสภาพทางกายภาพ กลับไปสู่วัสดุต้นกำเนิด แล้วผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน หรือผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่” เช่น ขวดน้ำพลาสติก เมื่อดื่มน้ำหมดแล้ว นำแยกไปขายให้ซาเล้ง ต่อจากนั้นซาเล้งไปขายต่อที่ร้านรับซื้อของเก่า และร้านค้าของเก่าจะส่งเข้าไปที่โรงงานเพื่อแปรรูป หั่นเป็นพลาสติกชิ้นเล็ก นำไปหลอมใหม่มาเป็นเม็ดพลาสติก และนำเอาเม็ดพลาสติกไปขึ้นรูปเป็นขวดพลาสติกใส่น้ำยาล้างจานต่อไป
อ้างอิง
- รายงานสถานการณ์มลพิษ ประเทศไทย ปี 2563
- กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น




















