ข่าว

สรุปผล COP29: นโยบายที่เน้นการขับเคลื่อนเสริมพลังไทยในการรับมือความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ

04 ธ.ค. 2567
เรียบเรียงโดย: ณัฐชยา พิเชฐสัทธา
ภาพโดย: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.)

กรุงเทพฯ, 4 ธันวาคม 2567 – หลังการเจรจาสภาพภูมิอากาศระดับโลกในการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP29) ที่เมืองบากู อาเซอร์ไบจาน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้จัดการประชุมสรุปผลที่ได้จากงานประชุม  ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยมีหน่วยงานราชการ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาสังคม ได้มาร่วมการประชุมนี้เพื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์ของ COP29 และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยและประเทศอื่นๆ

เส้นทางของประเทศไทย: ความท้าทายและโอกาสจาก COP29

ไฮไลต์ของงานเริ่มต้นด้วยการสรุปผลการประชุม COP29 โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ได้นำเสนอผลการประชุม COP29 และก้าวต่อไปของประเทศไทยสำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินการตามเป้า NDC2035 และเวทีเสวนา “เส้นทางจาก COP29 สู่ประเทศไทย” ซึ่งดำเนินการโดยกิตติ สิงหาปัด โดยมีประเด็นหารือสำคัญที่ได้หารือกันดังต่อไปนี้:

  1. เป้าหมายทางการเงินใหม่เพื่อสภาพภูมิอากาศ (NCQG): เพิ่มการสนับสนุนทางการเงินต่อประเทศกำลังพัฒนาเป็นสามเท่า จนได้ชื่อว่า “COP ด้านการเงิน” โดยคุณกฤตยา ชุณหวิริยะกุล ตัวแทนจากกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ สส. ได้กล่าวถึงข้อตัดสินใจที่เป็นสำคัญใน COP29 ในการเพิ่มเพดานเป้าหมายการสนับสนุนทางการเงินประจำปีให้กับประเทศกำลังพัฒนาเป็นสามเท่า จาก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 3.4 ล้านล้านบาท) เป็น 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 10.2 ล้านล้านบาท) ภายในปี พ.ศ. 2578 และเป้าที่จะปลดล็อคการระดมทุนจากภาครัฐและเอกชน 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 42 ล้านล้านบาท) ต่อปีภายในปี พ.ศ. 2578 ถึงแม้จะห่างจากเป้าหมายที่ได้ตั้งเป้าไว้ตอนแรกอย่างมาก แต่ยังถือเป็นข้อตกลงที่สำคัญของการประชุม COP ในครั้งนี้ และการสนับสนุนนี้จะมุ่งเน้นไปที่การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดก๊าซ นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือถึงโอกาสในการเข้าถึงกลไกการเงินของประเทศไทยและความท้าทายทางการเงินด้านสภาพภูมิอากาศใหม่
  2. ความร่วมมือภายใต้กลไกข้อ 6 ของความตกลงปารีส (Article 6) โดย ดร.พฤฒิภา โรจน์กิตติคุณ ตัวแทนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้กล่าวถึงการทำข้อตกลงที่เสร็จสมบูรณ์ด้านการดำเนินการกลไกการซื้อขายคาร์บอนภายใต้กลไกข้อ 6 (Full Operationalisation of Article 6) รวมถึงกรอบการอนุญาตให้ประเทศต่างๆ ทำการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างรัฐภาคี (ข้อ 6.2) และการจัดตั้งทะเบียนเพื่อติดตามการซื้อขายเหล่านี้ กลไกตลาดคาร์บอนกลาง (ข้อ 6.4) ได้รับข้อสรุปอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการริเริ่มการเสริมสร้างความสามารถเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้สามารถมีส่วนร่วมในตลาดเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. กรอบความโปร่งใสภายใต้ความตกลงปารีส (Transparency Framework) โดยคุณศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก สส. ได้กล่าวถึงกลไกความโปร่งใสที่ก้าวหน้ามากขึ้นและอัปเดตความก้าวหน้าของประเทศไทยที่มีแผนจะจัดทำการรับฟังความคิดเห็น และส่งรายงานความโปร่งใสทวิภาคี (BTRs) ภายในปี พ.ศ. 2567 นอกจากนี้การประชุม COP29 ยังนำไปสู่การพิจารณาการสนับสนุนจากประเทศพัฒนาแล้ว ทางการเงินและเทคนิค และการเสริมสร้างขีดความสามารถที่มีอยู่แล้วสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาในการดำเนินการตามกรอบความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น โดยในด้านการพัฒนาระบบการรายงานของประเทศไทย ทางกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกำลังมีความร่วมมือกับนานาประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ผ่านการสนับสนุนทางด้านผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบการรายงานที่ดีขึ้น
  4. การสูญเสียและความเสียหาย (Loss and Damage) และการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคุณธีรพงษ์ เหล่าพงศ์พิชญ์ ตัวแทนจากกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของกองทุนเพื่อความสูญเสียและความเสียหาย (Loss and Damage Fund) ที่ได้มีข้อตัดสินใจในการประชุม COP29 ทำให้ได้เริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ และมีวงเงินรวมในปัจจุบันกว่า 730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24,820 ล้านบาท) และความท้าทายในการเข้าถึงกองทุนที่มีอยู่อย่างจำกัดและการจัดทำแผนระดมเงินของกองทุนในระยะยาว

ประเทศไทย ภายใต้การนำของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) กำลังวางรากฐานสำหรับแผนที่นำทางของการทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบูรณาการพันธสัญญาระดับโลกเข้ากับความต้องการในระดับท้องถิ่น โครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (CCMB) จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงและนำพาวิสัยทัศน์นี้ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุและสอดคล้องกับความพยายามระหว่างประเทศ ขณะที่ผู้คนทั่วโลกกำลังจับตาการประชุม COP30 เส้นทางของประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความมุ่งมั่น ความร่วมมือ และการลงมือปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม โครงการ CCMB: โครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง – Thai-German Cooperation

อัลบั้มภาพ

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)