ข่าว

ประเทศไทย เยอรมนี และองค์กรการพัฒนาระหว่างประเทศ ร่วมประชุมสร้างความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการรับมือกับโควิด-19

09 พ.ย. 2563

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐบาลไทย กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) และองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย กว่า 100 คน เข้าร่วมการประชุม International Climate Initiative (IKI) Cooperation Meeting เพื่อแลกเปลี่ยนการดำเนินงาน ความสำเร็จ ความท้าทาย การพัฒนาการนโยบาย และการปูทางไปสู่ความร่วมมือและการผนึกกำลังในอนาคตที่กรุงเทพฯ

กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU)  องค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ 9 องค์กร ที่ได้รับทุนจาก BMU ผ่านแผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) และหน่วยงานภาครัฐของไทย 16 หน่วยงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานร่วมโครงการขององค์กรพัฒนาระหว่างประเทศดังกล่าว เข้าร่วมการประชุมทั้งแบบเข้าร่วมในห้องประชุมและออนไลน์  ซึ่งจัดโดยโครงการด้านนโยบาย ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย – เยอรมัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGCP-Policy) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย หัวข้อการพูดคุยในปีนี้เน้นการดำเนินงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโควิด -19 บนพื้นฐานของเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (NDCs) แผนปรับตัวแห่งชาติ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ในช่วงพิธีเปิดงาน ดร. รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า “…ในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา สผ. ได้มีความร่วมมือในโครงการทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี และในหลาย ๆ โครงการได้รับการสนับสนุนจาก IKI ซึ่งความร่วมมือของ IKI ในด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นแรงผลักดันให้มีความก้าวหน้าของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่รัฐบาลไทยก็กำลังดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รับการจัดลำดับให้เป็นวาระสำคัญระดับประเทศด้วย… ”

ดร. ฟิลิปป์ เบเรนส์ หัวหน้าแผนกแผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ของ BMU กล่าวว่า
“ …เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้วที่ประเทศไทยและประเทศเยอรมนี ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ภายใต้กรอบแผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากลของ BMU เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับความไว้วางใจในความร่วมมือนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมมือกันต่อไป… การระบาดของโควิดนี้สร้างโอกาสหลายด้านให้กับประเทศเยอรมนีและประเทศในความร่วมมือที่จะดำเนินงานร่วมกันและแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดคาร์บอน และการฟื้นฟูที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่กระนั้น ผมเชื่อมั่นว่ายังมีการพัฒนาเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอีกมากมาย…”

มร. สเตฟาน คอนทิอุส กรรมาธิการ วาระการพัฒนา 2030 และหัวหน้าแผนก สหประชาชาติ ความร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนาและเศรษฐกิจเกิดใหม่ ของ BMU กล่าวว่า “ …เราหวังว่าจะได้สานต่อความร่วมมือที่ดีกับประเทศไทย และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศเยอรมนีเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยและในประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ…เราหวังว่าความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศเยอรมนี สามารถสร้างความแตกต่าง และมุ่งหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญที่เราตั้งไว้สำหรับปี พ.ศ. 2593… และผมขอแจ้งว่ารัฐบาลเยอรมนีได้จัดให้นโยบายสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความสำคัญแรก ๆ ในการทำงานระดับทวิภาคีและพหุภาคีกับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก…”

นอกจากนี้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช มร. ยาน แชร์ อุปทูตและหัวหน้าแผนกเศรษฐกิจ สถานทูตเยอรมนี กรุงเทพฯ ดร. อธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตามและประเมินผลเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมร. ชเตฟาน คอนทิอุส ยังได้ร่วมเวทีเสวนาในประเด็นสำคัญ ๆ ได้แก่ มาตรการด้านน้ำ ขยะ ป่าไม้ และการท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย และการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว มาตรการฟื้นฟูของประเทศเยอรมันและยุโรป ผลกระทบจากโควิด-19 ความร่วมมืออาเซียน – เยอรมัน อีกทั้งได้พูดคุยถึงความร่วมมือในอนาคตด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน การขนส่ง และการเกษตร ตลอดจนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่างประเทศไทยและเยอรมนีว่าจะดำเนินต่อไป โดยมี มร. ไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา

ก่อนการเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ องค์กรพัฒนาระหว่างประเทศที่เข้าร่วมการประชุม และหน่วยงานต่าง ๆ ของไทยได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านความท้าทายและการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ที่มีต่อการดำเนินโครงการ เช่น ในเรื่องอาหารที่ผลิตเกินความต้องการ การสูญเสียงานในภาคการท่องเที่ยว การเพิ่มขึ้นของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และมาตรการในการป้องกันการสูญเสียทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม โควิด-19 ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในหลายภาคส่วน ตลอดจนการปล่อยคาร์บอนที่ลดลง เนื่องจากการเดินทางที่น้อยลง ซึ่งหน่วยงานภาครัฐของไทยก็พร้อมจะปรับตัวเข้าสู่ “ภาวะปกติ” ใหม่ ในช่วงเวลาเช่นนี้

การประชุมความร่วมมือใต้แผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากล

กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU ) ได้มอบหมายให้โครงการต่าง ๆ ในประเทศความร่วมมือจัดการประชุมในประเทศปีละสองครั้ง ความร่วมมือไทย – เยอรมัน เพื่อการปกป้องสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้รับทุนจากแผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานเมื่อ10 กว่าปีที่แล้ว การประชุมความร่วมมือ IKI จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโครงการที่ได้รับทุนจาก IKI รวมทั้งหน่วยงานในความร่วมมือ ภายใต้กรอบการดำเนินงานของ BMU และ สผ. ในฐานะหน่วยประสานงานกลางด้านนโยบายสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

เกี่ยวกับ IKI  คลิกที่ https://www.international-climate-initiative.com

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

กาญจนา งามกาหลง
นักสื่อสารเชิงกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
อีเมล: kanjana.ngamkalong(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)