ข่าว

CCMB ร่วมกับ สคทช. ลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการประเมินและเสนอแนวทางเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอน

30 เม.ย. 2568
เขียนโดย: คณวัฒน์ เปาอินทร
ภาพโดย: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Field trip to the National Forest Reserve area, including Pak Chong and Mu Si forests, Nakhon Ratchasima province from 24-25 April 2025
ลงพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าปากช่องและป่าหมูสี จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 24 – 25 เมษายน พ.ศ. 2568
Field trip to Khun Mae Tha National Forest Reserve, Chiang Mai province from 30 April to 1 May 2025
ลงพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

เมื่อเดือนเมษายน – พฤษภาคมที่ผ่านมา โครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (CCMB) ที่ดำเนินการโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ได้ลงพื้นที่ศึกษาเพื่อสนับสนุนการประเมินและเสนอแนะแนวทางการเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอนในพื้นที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) รวม 2 จังหวัดเพื่อศึกษารูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินและเก็บตัวอย่างดินเพื่อประกอบการประเมินการกักเก็บคาร์บอน หรือ คาร์บอนซิงค์ (Carbon Sink)

คาร์บอนซิงค์ คือแหล่งกักเก็บคาร์บอน ที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ออกจากชั้นบรรยากาศ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. คาร์บอนซิงค์ ภาคพื้นดิน (Terrestrial Carbon Sink)​
  2. คาร์บอนซิงค์ ภาคใต้ดิน (Geologic Carbon Sink)​
  3. คาร์บอนซิงค์ ภาคพื้นน้ำ (Oceanic Carbon Sink)​

การลงพื้นที่ศึกษาครั้งนี้เน้นที่คาร์บอนซิงค์ ภาคพื้นดินและใต้ดินเป็นหลัก โดยปัจจัยที่จะทำให้พื้นที่สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ดี ได้แก่การส่งเสริมให้สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเติบโตไปพร้อมกับการอนุรักษ์สิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น การปลูกป่าทดแทน การปลูกป่าใหม่ และการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ก็จะช่วยเพิ่มการดักจับคาร์บอนได้

จากปัจจัยดังกล่าว โครงการจึงเลือกพื้นที่ในแต่ละจังหวัดให้มีบริบทที่แตกต่างกัน เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินระหว่างเกษตรเชิงเดี่ยวและเกษตรแบบผสมผสาน และเพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการที่ดินและพื้นที่ คทช. ตลอดจนใช้ในการวิเคราะห์ศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนของแต่ละรูปแบบ

โดยพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ 1) พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าปากช่องและป่าหมูสี อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา และ 2) พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่ทา ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากสองพื้นที่นี้มีการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรจากเดิมที่เป็นเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่การปลูกไม้ยืนต้นและพืชเศรษฐกิจอื่น เช่น กาแฟ และการปลูกพืชแบบผสมผสาน ที่อาจใช้เป็นแนวทางในการเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนในการพัฒนาพื้นที่ คทช. ได้

พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าปากช่องและป่าหมูสี จังหวัดนครราชสีมา

วันที่ 24 – 25 เมษายน พ.ศ. 2568 ทีมได้ลงพื้นที่พบปะผู้แทนเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนกาแฟอาราบิก้าและแมคคาเดเมียแบบประชาอาสาบ้านดงมะไฟ ซึ่งได้เริ่มทำประโยชน์จากพื้นที่โดยดึงเอาชุมชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงมาร่วม พร้อมเยี่ยมชมแปลงเกษตรในรูปแบบต่างๆ

นอกจากนั้น ได้มีการเก็บตัวอย่างดินเพื่อใช้วิเคราะห์ความหนาแน่นอนุภาคของดินและการประเมินปริมาณการสะสมคาร์บอนในดิน ในพื้นที่เกษตรกรรมรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  1. แปลงปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว (มันสำปะหลัง) เป็นตัวแทนของการทำเกษตรแบบพืชไร่เชิงเดี่ยว โดยเกษตรกรจะสลับปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพดในแต่ละรอบปี แต่ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกหรือหมุนเวียนพืชอย่างหลากหลาย
  2. แปลงปลูกไม้ผล (มะม่วง) เป็นตัวแทนของการปลูกพืชสวนหรือไม้ผลเชิงเดี่ยว ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาประมาณ 20 ปี
  3. แปลงปลูกกาแฟผสมผสาน แปลงปลูกกาแฟร่วมกับพืชชนิดอื่นหลายชนิด เช่น แมคคาเดเมีย ลำไย พืชสมุนไพร รวมถึงมีการปลูกไม้ป่าและไม้เศรษฐกิจร่วมด้วย ซึ่งดำเนินการมากว่า 20 ปี

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ได้วางแผนมาเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลครอบคลุมรูปแบบการทำเกษตรของพื้นที่ต่อไป

พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่
ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ทีมได้ลงพื้นที่และพูดคุยกับผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลและเกษตรกรในพื้นที่ คทช. ถึงความเป็นมาและการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ โดยพื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพของพืชพันธุ์และระบบนิเวศน์ในพื้นที่ที่ใกล้กับป่าต้นน้ำ เนื่องมาจากความเข้มแข็งของคนในชุมชนที่มีการทำงานร่วมมือกันเป็นอย่างดีกับการบริหารจัดการส่วน จนก่อให้เกิดเป็นระบบสหกรณ์ที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอย่างยั่งยืน และนำพากระแสเงินทุนจากภาคเอกชนเข้ามาขยายผลอุตสาหกรรมครัวเรือนเป็นอุตสาหกรรมท้องถิ่น

ในการศึกษาครั้งนี้ มีการเก็บตัวอย่างดินเพื่อใช้วิเคราะห์ความหนาแน่นอนุภาคของดินและการประเมินปริมาณการสะสมคาร์บอนในดิน โดยได้มีการเก็บในพื้นที่เกษตรกรรมรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  1. แปลงปลูกมะม่วงผสมผสาน มีการปลูกมะม่วงร่วมกับพืชชนิดอื่นๆ เช่น สับปะรด และสมุนไพรต่างๆ ในระหว่างร่องของมะม่วง ซึ่งดำเนินการมาประมาณ 39 ปี
  2. แปลงปลูกลำไยเชิงเดี่ยว เป็นการปลูกลำไยเพียงชนิดเดียว
  3. แปลงปลูกลำไยผสมผสาน มีการปลูกลำไยร่วมกับพืชอื่นๆ เช่น อะโวคาโด ฝรั่ง สับปะรด เป็นต้น ซึ่งดำเนินการมาประมาณ 20 ปี
  4. แปลงปลูกผักผสมผสาน มีการปลูกผักหลายชนิด ซึ่งดำเนินการมาประมาณ 23 ปี

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญตามวัตถุประสงค์ของโครงการ CCMB โดยทีมที่ปรึกษาได้สำรวจและศึกษาลักษณะทางภูมิศาสตร์ ภูมิสังคม รวมถึงเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและตัวอย่างของดิน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแนวทางการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในดิน การเพิ่มศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนและจัดทำข้อเสนอแนะโมเดลการพัฒนาพื้นที่ คทช. เพื่อเสริมสร้างการกักเก็บคาร์บอนและประโยชน์ร่วมอื่นๆ

โมเดลการพัฒนาพื้นที่ คทช. ที่ที่ปรึกษานำเสนอจะยึดรูปแบบการเกษตรยั่งยืนและคาร์บอนต่ำซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโภชนาการ การเกษตร และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของ สคทช. ให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น

ข้อมูลจากการประเมินและเสนอแนะแนวทางการเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอนในพื้นที่ คทช. จะรวมอยู่ในแผนงานการเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอนในประเทศไทย (Carbon Sink Roadmap) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ Nationally Determined Contribution 3.0 (NDC 3.0) ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ต่ำกว่า 270 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี พ.ศ. 2578 พร้อมเพิ่มแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ได้ 120 ล้านตันฯ ภายในปี พ.ศ. 2580

ติดตามข้อมูลโครงการ CCMB เพิ่มเติมได้ที่ https://www.thai-german-cooperation.info/climate-coastal-and-marine-biodiversity-ccmb-th/

อัลบั้มภาพ

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)