ข่าว

แบ่งปัน แลกเปลี่ยน เรียนรู้: แนวทางสร้างศักยภาพกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้า

15 ก.พ. 2566
เขียนโดย: ชลทิพย์ กลิ่นศรีสุข และวีรินทร์ภัทร์ เจนวัฒนากูล

สมาชิกเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกกาแฟห้วยนายร้อย และเจ้าหน้าที่โครงการคอฟฟีพลัส ถ่ายรูปร่วมกันที่แปลงของคุณพิเชษฐ เนียมบรรดิษฐ

การศึกษาดูงานทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้กันระหว่างเกษตรกร สร้างแรงบันดาลใจให้นำแบบอย่างที่ดีมาปรับใช้ พร้อมพัฒนา ต่อยอด ส่งเสริมการทำกิจกรรมเกษตรเพื่อสร้างความยั่งยืนในระดับกลุ่มและชุมชน

การรวมกลุ่มของเกษตรกรนับเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างความเข้มแข็งและเสริมสร้างความยั่งยืนด้านการเกษตรของทั้งตัวเกษตรกรและชุมชน  กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟชุมชนห้วยนายร้อย  อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง คือหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของโครงการพัฒนาระบบการผลิตกาแฟของผู้ประกอบการรายย่อย ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือคอฟฟีพลัส

แม้ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มแบบไม่เป็นทางการแต่สมาชิกทั้งหมดล้วนมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ  พัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งของตนเองและกลุ่มในการจัดการปลูกกาแฟโรบัสต้า

ด้วยเหตุนี้ โครงการคอฟฟีพลัสจึงได้เริ่มจัดอบรมหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจสำหรับเกษตรกร (Farmer Business School)” เมื่อปี พ.ศ. 2562 เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้ารู้จักการวางแผนการเพาะปลูก มีการจดบันทึกรายจ่าย-รายรับ เพื่อให้ทราบต้นทุน กำไร เรียนรู้การกระจายความเสี่ยงโดยการปลูกพืชที่หลากหลาย  พร้อมเทคนิคเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดต้นทุนการผลิต

เกษตรกรสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกกาแฟชุมชนห้วยนายร้อยจำนวน 17 คน ศึกษาดูงานที่ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ม.3 ต.จปร.อ.กระบุรี จ.ระนอง รับฟังการบรรยายประวัติความเป็นมาการจัดตั้งศูนย์ฯ การบริหารงาน และความสำเร็จของศูนย์ฯ

ก่อนที่กลุ่มเกษตรกรชุมชนห้วยนายร้อยจะเข้าร่วมกิจกรรมกับทางโครงการคอฟฟีพลัส สมาชิกของกลุ่มเคยได้รับการอบรมเรื่องการผสมปุ๋ยใช้เองเพื่อลดต้นทุนจากทางนักวิชาการเกษตรบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด

อย่างไรก็ตาม สมาชิกมีความมุ่งมั่นพัฒนากลุ่มเกษตรของตนให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ทางโครงการฯได้จัดกิจกรรมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกกลุ่มเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการปลูกกาแฟ ปัญหาหลักที่พบคือ  ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และต้นกาแฟอายุมากให้ผลผลิตน้อยลง สวนทางกับราคาปุ๋ยซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตหลักพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง   นำมาสู่การศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางปฏิบัติจากกลุ่มเกษตรกรอื่นที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการจัดการดินและปุ๋ย

การจัดการดินและปุ๋ยโดยชุมชนเพื่อชุมชน    

กลุ่มเกษตรกรชุมชนห้วยนายร้อยมีโอกาสเดินศึกษาดูงานที่ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 3 บ้านบางมุด ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี ห่างออกไปจากพื้นที่ชุมชนห้วยนายร้อยประมาณ 80 กิโลเมตรทางรถ ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้การทำปุ๋ยหมักแกลบกาแฟได้รับมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงจากกรมพัฒนาที่ดิน

คุณสำรวย ขุนทองน้อย ในฐานะประธานศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มว่า เกิดจากการเห็นแกลบกาแฟขยะและของเหลือที่เกิดจากการเกษตร  ชาวบ้านในชุมชนจึงรวมตัวกันเพื่อหาวิธีนำแกลบกาแฟและของเหลือมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันศูนย์มีสมาชิก 30 คน ปุ๋ยจากแกลบกาแฟที่ผลิตใช้เองภายในกลุ่มแล้ว ส่วนที่เหลือจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกที่สนใจ ปริมาณปุ๋ยที่จำหน่ายภายนอกในแต่ละปีขึ้นอยู่กับปริมาณแกลบกาแฟและผลผลิตเหลือใช้ที่หามาได้สำหรับการทำปุ๋ยและความต้องการใช้ปุ๋ยของสมาชิกในแต่ละปี

คุณสำรวย ขุนทองน้อย ประธานศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (กลาง) พาสมาชิกเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกกาแฟห้วยนายร้อย ชมแปลงปลูกกาแฟของคุณสำรวย ที่ได้มีการปลูกพืชร่วมหลากหลายชนิด และมีการใช้ปุ๋ยที่ผลิตเองจากศูนย์ในแปลง

การมีเป้าหมายเดียวกันความสามัคคีของสมาชิกในกลุ่ม และมีความเคารพต่อระเบียบวิธีที่ตกลงร่วมกันคือหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการกลุ่มของเรา คุณสำรวยกล่าว พร้อมยกตัวอย่างวิธีการจัดการเช่น เมื่อถึงวันที่จะต้องทำปุ๋ย หากสมาชิกขาดการเข้าร่วมก็จะถือว่าปีนั้นสมาชิกคนนั้นจะไม่ได้ส่วนแบ่งของปุ๋ยไปเลย หรือหากในวันที่ต้องมาติดตามการทำปุ๋ยเช่น การกลับกองปุ๋ย ต้องมีตัวแทนมาหากไม่สะดวกมาเองเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกับสมาชิกท่านอื่น จะเห็นได้ว่าทุกคนเคารพต่อกฎกติกาของกลุ่ม จึงทำให้กลุ่มสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

คุณวงกต ขุนทองน้อย บุตรชายคุณสำรวย และวิทยากรของศูนย์การเรียนรู้ดินปุ๋ยชุมชน กำลังอธิบายความรู้ให้กับสมาชิกเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกกาแฟห้วยนายร้อย ผู้มาศึกษาดูงาน

เกษตรกรที่มาศึกษาดูงานจะได้เรียนรู้วิธีการทำปุ๋ยหมักจากแกลบกาแฟอย่างเป็นขั้นตอนโดยละเอียด ทั้งการทำปุ๋ยหมักจากแกลบกาแฟ การทำน้ำหมักชีวภาพจากปลา การทำเชื้อราไตรโคเดอมา และการตรวจวิเคราะห์ดิน   และยังได้เยี่ยมชมแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน ที่มีทั้งกาแฟ ทุเรียน และไม้ผลฤดูร้อนอื่น ๆ มีการบำรุงดินด้วยปุ๋ยแกลบกาแฟที่ทำใช้เองภายในกลุ่ม

คุณสำรวย ขุนทองน้อย ประธานศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน อธิบายวิธีการทำปุ๋ยหมักจากแกลบกาแฟอย่างเป็นขั้นตอนโดยละเอีย

การเกษตรแบบผสมผสานเพื่อความยั่งยืนของชุมชน

กลุ่มเกษตรกรชุมชนห้วยนายร้อยเดินทางต่อไปยังตำบลไชยราช อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเยี่ยมชมและศึกษาแนวทางการปลูกกาแฟ ของคุณพิเชษฐ เนียมบรรดิษฐ และคุณก้าน  รักสนิท ทั้งสองท่านคือเกษตรกรสมาชิกของโครงการคอฟฟีพลัสที่เข้าร่วมกิจกรรมหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจเกษตร และนำความรู้ที่ได้มาจัดการเกษตรแบบผสมผสานอย่างจริงจัง

คุณพิเชษฐ สามารถปลูกกาแฟโรบัสต้าควบคู่กับพืชและผลไม้เศรษฐกิจอื่น ๆ เช่นทุเรียน ยาง หมาก มะพร้าว มะละกอ

คุณพิเชษฐ เนียมบรรดิษฐ เจ้าของแปลง อธิบายคุณสากล ผิวขำ สมาชิกกลุ่มผู้ปลูกกาแฟห้วยนายร้อย และเป็นเจ้าของหนึ่งในแปลงสาธิตการปลูกพืชกาแฟร่วมกับพืชชนิดอื่น ของโครงการคอฟฟีพลัส ในพื้นที่อ.ละอุ่น จ.ระนอง เกี่ยวกับการปลูกถั่วบราซิลเป็นพืชคลุมดิน

ในขณะที่เกษตรกรรุ่นใหม่อย่างคุณก้านสามารถรวบรวมสายพันธุ์กาแฟโรบัสต้าได้ 11 สายพันธุ์  และลงมือทดลองปลูกกาแฟที่มีร่วมกับพืชชนิดอื่นๆ มีวิธีการปรับปรุงดินโดยการปลูกถั่วบราซิลเป็นพืชคลุมดินที่ เพื่อรักษาความชื้นหน้าดิน สร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีของจุลินทรีย์ในดิน

เกษตรกรทั้งสองท่านสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนได้ตลอดปีจากแนวทางการเกษตรแบบผสมผสานที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตรนักธุรกิจเกษตรของโครงการคอฟฟีพลัส

คุณก้าน รักสนิท เจ้าของแปลงรวบรวมสายพันธุ์กาแฟโรบัสต้า และแปลงสาธิตการปลูกพืชกาแฟร่วมกับพืชชนิดอื่น ที่ ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
แปลงสาธิตของคุณก้าน รักสนิท ที่ ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีการปลูกพืชกาแฟโรบัสต้าร่วมกับพืชชนิดอื่น เช่น ข้าวไร่ กล้วย มะละกอ

คุณชนิดาภา วิรมณพร ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟชุมชนห้วยนายร้อยกล่าวว่าการศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้ตนเองและสมาชิกตระหนักถึงความสำคัญของการทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกัน เป็นการสร้างพื้นที่ให้กับเกษตรกรตัวเล็กๆในชุมชน ได้เข้าถึงข้อมูลที่มีประโยชน์ และสามารถ สร้างรายได้เสริมให้กับตนและครอบครัวได้

คุณชนิดาภากล่าวด้วยว่า จะนำวิธีการทำปุ๋ยจากแกลบกาแฟมาทดลองใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินของสวนตนเองต่อไป

คุณสากล ผิวขำ อีกหนึ่งสมาชิกเกษตรกรห้วยนายร้อยกล่าวว่า การเยี่ยมชมแปลงเกษตรผสมผสานทำให้ตนมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนแนวทางการดูแลสวนเกษตรจากคุณพิเชษฐ   มีประโยชน์มากและตนจะนำวิธีการจัดการสวนไปปรับใช้กับพื้นที่ของตน “ระนองกับประจวบฯ สภาพอากาศอาจจะไม่ต่างกันมาก ผลผลิตหรือต้นกาแฟที่เห็นสามารถบ่งบอกได้ว่า ผู้ปลูกมีความดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ดีใจมากที่มีโอกาสได้มาแลกเปลี่ยนพูดคุยแนวทางในการดูแลสวน และจะนำเอาแนวคิดและวิธีการใหม่ๆไปปรับใช้กับทั้งสวนตนเองและทำร่วมกันกับคนในกลุ่ม”

อัลบั้มภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

พจมาน วงษ์สง่า
อีเมล: pouchamarn.wongsanga(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)