ข่าว

ภูฏานมุ่งขับเคลื่อนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ยั่งยืน

16 พ.ย. 2564

เครดิต: Unsplash/ Pema Gyamtsho

ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 เมื่อเร็วๆ นี้ ประเทศภูฏานได้ประกาศในเวทีโลกว่าเป็นประเทศที่ปล่อยคาร์บอนติดลบ (Carbon Negative) โดยในแต่ละปี ภูฏานสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าการปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ เศรษฐกิจของประเทศยังถูกออกแบบมาเพื่อให้ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและลดของเสียเพื่อบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดจากการมีนโยบายภาครัฐและเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็ง

รัฐบาลภูฏานมีแผนที่จะทบทวนกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อให้คำนึงถึงประเด็นความยั่งยืนมากขึ้น โดยสอดคล้องกับแนวทางการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (SCP) [1] และหลักการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ (GPP) ที่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมให้เกิดรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน รวมทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งรัฐบาลภูฎานได้รับการสนับสนุนจากโครงการความร่วมมือระดับภูมิภาคเอเชียในการขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าว

การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเป็นงบประมาณส่วนใหญ่ของประเทศภูฏาน ซึ่งยังขาดกรอบทางกฎหมายและความตระหนักรู้เกี่ยวกับรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (SCP) ดังนั้น การดำเนินการในขั้นแรกจึงจำเป็นต้องมีการวางมาตรการในการสร้างความตระหนักรู้และเสริมสร้างศักยภาพให้แก่บุคลากรในภาครัฐ [2]

โครงการสนับสนุนการพัฒนาด้านการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนในเอเชีย (ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เวียดนาม และภูฎาน) หรือ SCP Outreach ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการทบทวนกฎและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง (PRR) พ.ศ. 2562 เพื่อครอบคลุมถึงหลักการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ (GPP) ให้มากขึ้นผ่านมาตรการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งกิจกรรมหลักภายใต้โครงการฯ ประกอบด้วยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมให้แก่บุคลากรภาครัฐเพื่อให้เข้าใจถึงหลักการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ (GPP) การเตรียมความพร้อมเชิงสถาบันเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตลอดจนการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศต่างๆ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ได้มีการจัด “การประชุมคณะทำงานทบทวนกฎและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง (PRR) พ.ศ. 2562 และข้อเสนอแนะ” โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ได้นำเสนอผลการศึกษาในประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับกฎและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง (PRR) พ.ศ. 2562 รวมถึงเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกรอบกฎหมายสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ ดังนี้:

  1. วัตถุประสงค์การจัดซื้อจัดจ้าง (กำหนดให้ความยั่งยืนเป็นเป้าหมายของระบบการจัดซื้อจัดจ้าง)
  2. เกณฑ์การคัดเลือก (สามารถใช้เกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม)
  3. เงื่อนไขของสัญญา (เป็นเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน)
  4. การพิจารณาผลการประกวดราคา (ใช้การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายตลอดวัฏจักรชีวิตและเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ)
  5. ข้อกำหนดทางเทคนิค (สามารถใช้ข้อกำหนดตามหน้าที่หลักของงานและการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อม)
  6. การติดตามและประเมินผล (ติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักการ GPP หรือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างยั่งยืน (SPP))

ในการประชุมนี้ ประเทศไทยยังได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินงานให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐของประเทศภูฏานเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการวางแนวทางดำเนินงานในขั้นต่อไป ซึ่งเป็นเวลากว่า 10 ปีที่กรอบกฎหมายของไทยไม่เอื้อต่อการขับเคลื่อนงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้แก้ไขอุปสรรคดังกล่าวโดยการออกกฎกระทรวงและแนวทางปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังว่าหน่วยงานภาครัฐจะสามารถจัดหาสินค้าและบริการที่คำนึงถึงมิติด้านความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในอนาคต

การประชุมครั้งนี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินงานทบทวนกรอบกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐให้มากขึ้น

ราคาต่ำสุด ≠ คุ้มค่าที่สุด: เพื่อให้แน่ใจว่าบุคลากรภาครัฐจะไม่ซื้อสินค้าหรือบริการโดยอิงจากราคาต้นทุนเพียงอย่างเดียว โครงการ SCP Outreach จึงให้การสนับสนุนรัฐบาลในประเทศพันธมิตรต่างๆ ในการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งแม้ว่าหลอดประหยัดพลังงาน (LED) จะมีราคาแพง แต่ก็ใช้พลังงานน้อยลงประมาณร้อยละ 70 ซึ่งช่วยให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่า

 

[1] การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ (GPP) หมายถึง การซื้อสินค้า การจัดจ้างงานบริการและงานก่อสร้างโดยหน่วยงานภาครัฐที่คำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
[2] อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://thai-german-cooperation.info/wp-content/uploads/2021/05/2021_Analysis-Study-GPPEL-in-five-countries_SCP-Outreach_Final.pdf

เกี่ยวกับ SCP Outreach

เนื่องด้วยภาครัฐถือเป็นผู้บริโภครายใหญ่จึงทำให้มีศักยภาพสูงในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการบรรลุเป้าหมายการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (SCP) ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ (GPP) และฉลากสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการดำเนินโครงการสนับสนุนการพัฒนาด้านการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนในเอเชีย (ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เวียดนาม และภูฎาน) หรือ SCP Outreach ในฐานะเป็นผู้ให้การสนับสนุนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโครงการ SCP Outreach มีเป้าหมายที่จะพัฒนาและกำหนดเครื่องมือเชิงนโยบายและกรอบนโยบายด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) และมีระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

มร. ไค ฮอฟมันน์
อีเมล:kai.hofmann1@giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)