ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก ความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 GIZ ประจำประเทศไทย ได้จัดงาน Bangkok Perspectives ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ “วิกฤตพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน: การสร้างความยืดหยุ่นท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก” โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักธุรกิจ นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ณ บีดีเอ็มเอส คอนเน็ค เซ็นเตอร์
การเสวนาซึ่งจัดขึ้นภายใต้กฎชัทแธมเฮาส์ (Chatham House Rule) เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างเกี่ยวกับผลกระทบของพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังปรับเปลี่ยนระบบพลังงาน ห่วงโซ่มูลค่าโลก และขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค
ดร.ทีโม เมนนิเคน ผู้อำนวยการ GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานโดยชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ระบบขนส่ง การผลิตภาคอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และภูมิรัฐศาสตร์ ที่นับวันยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยกล่าวว่าความขัดแย้งหรือความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอื่นสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้อย่างรวดเร็ว ทั้งต่อภาคธุรกิจ การลงทุน และการดำรงชีวิตของประชาชน พร้อมย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหมุนเวียน การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีไฮโดรเจน เทคโนโลยี Power-to-X และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความยืดหยุ่นของระบบพลังงานอีกด้วย
ภายในงาน วิทยากรหลักทั้งสองท่านได้ร่วมวิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อห่วงโซ่คุณค่าโลก ระบบพลังงาน และความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ภวิดา ปานะนนท์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคุณบ๊อบ แอร์เรรา-ลิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนีโอ (Teneo) ร่วมแบ่งปันมุมมองในประเด็นดังกล่าว
การเสวนาในหัวข้อ “การสร้างความยืดหยุ่นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงภูมิเศรษฐศาสตร์: พลังงาน อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทาน” ดำเนินรายการโดย คุณอินซา อิลเกน (Insa Illgen) ผู้อำนวยการโครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากภาคธุรกิจและภาควิชาการ ได้แก่ คุณยศศิริ พร้อมเชื้อแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ ประเทศไทย, ดร.พิมพ์สุภา เกาะช้าง จากสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ร่วมด้วยศาสตราจารย์ ดร.ภวิดา ปานะนนท์ และคุณบ๊อบ แอร์เรรา-ลิม
การเสวนามุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองว่า ความยืดหยุ่นด้านพลังงาน ความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ จะช่วยให้ประเทศไทยรับมือกับความแตกแยกทางภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomic Fragmentation) และเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างไร
ผู้ร่วมเสวนาได้สะท้อนถึงผลกระทบของต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ความจำเป็นของการพัฒนายุทธศาสตร์อุตสาหกรรมระยะยาวที่มีความชัดเจน บทบาทของพลังงานสะอาดในการดึงดูดการลงทุน ตลอดจนความสำคัญของการยกระดับภาคการผลิตของไทยผ่านการเพิ่มผลิตภาพ นวัตกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ ยังย้ำถึงความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานและความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Bangkok Perspectives เป็นเวทีที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ผู้กำหนดนโยบาย ตัวแทนภาคธุรกิจ และผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเน้นสร้างความร่วมมือเพื่อรับมือกับความท้าทาย และร่วมกันผลักดันแนวทางแก้ไขผ่านนโยบาย การลงทุน นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
การเสวนาครั้งนี้ปิดท้ายด้วยข้อสรุปร่วมกันว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงล้วนเริ่มจากการปรับมุมมอง เมื่อโลกเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น ความมั่นคงด้านพลังงานจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน และไม่อาจถูกพิจารณาแยกขาดจากประเด็นอื่นได้อีกต่อไป




