ข่าว

อาเซียนจัดอบรมการจัดการการแพร่ระบาดของข้อมูลด้านสาธารณสุข เพื่อเสริมศักยภาพสาธารณสุขฉุกเฉิน

14 พ.ย. 2566
เขียนโดย: เกียรติยศ วงศ์อุดมเลิศ
ภาพโดย: เกียรติยศ วงศ์อุดมเลิศ และองค์การอนามัยโลก

ภาพหมู่ของผู้เข้าร่วมจากประเทศสมาชิกอาเซียน องค์กรอนามัยโลก องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยและมาเลเซีย
  • การอบรมเรื่องการจัดการกับการแพร่ระบาดของข้อมูลด้านสาธารณสุขมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นย้ำเรื่องความท้าทายจากข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ในช่วงวิกฤตด้านสาธารณสุข โดยมุ่งเน้นสร้างขีดความสามารถให้ประเทศสมาชิกอาเซียนในการจัดการกับการแพร่ระบาดของข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
  • หลักสูตรการฝึกอบรมครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การทำความเข้าใจการแพร่ระบาดของข้อมูลด้านสาธารณสุข การป้องกันข่าวปลอม การสื่อสารความเสี่ยง พฤติกรรมศาสตร์ และทักษะการตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทักษะเพิ่มเติมจากการแบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สร้างความตระหนักรู้ของชุมชน และพัฒนาการสื่อสารความเสี่ยงทั้งระดับชาติและภูมิภาคอาเซียน

การรับมือกับข้อมูลผิดๆ ในยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนับเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตด้านสาธารณสุขซึ่งจำเป็นต้องมีแนวทางเชิงรุกและการทำงานร่วมกัน จากการศึกษาวิจัยในปี พ.ศ. 2564 เรื่องการประเมินความต้องการด้านศักยภาพในการตอบสนองต่อการระบาดรวมถึงโรคโควิด-19 ในประเทศสมาชิกอาเซียน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี (BMZ) ดำเนินการโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) กลุ่มประเด็นสุขภาพอาเซียนที่ 2 (ASEAN Health Cluster 2) ด้านการตอบโต้ต่อภัยคุกคามด้านสุขภาพ และกรมควบคุมโรค ประเทศไทย พบว่าประเทศสมาชิกอาเซียนยังมีข้อจำกัดในการจัดการกับการแพร่ระบาดของข้อมูล (Infodemics) ด้วยเหตุนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมและการรับมือกับโรคระบาดในอนาคต โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการฟื้นตัวของอาเซียนผ่านการสร้างศักยภาพหลักในด้านสาธารณสุขฉุกเฉิน (ASEAN PHE) ซึ่งดำเนินการโดย GIZ จึงเดินหน้าสนับสนุนประเทศสมาชิกอาเซียนในการพัฒนาขีดความสามารถให้พร้อมรับมือกับกรณีฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการสื่อสารความเสี่ยง (risk communication) ซึ่งเป็น 1 ใน 8 สมรรถนะหลักที่ใช้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548

สำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย เครือข่ายศูนย์ควบคุมฉุกเฉินของอาเซียน (ASEAN EOC Network) นำโดยกระทรวงสาธารณสุขประเทศมาเลเซีย กลุ่มประเด็นสุขภาพอาเซียนที่ 2 ด้านการตอบโต้ต่อภัยคุกคามด้านสุขภาพ สำนักงานองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกตะวันตก และ GIZ จึงร่วมกันจัดการอบรมแบบไฮบริดเรื่องการจัดการกับการแพร่ระบาดของข้อมูลด้านสาธารณสุข (Training Programme on Infodemic Management in Public Health) ซึ่งมีการอบรมรูปแบบออนไลน์ในวันที่ 14, 16 และ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 และรูปแบบออนไซต์ ณ โรงแรมพูลแมน พัทยา จี ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา การอบรมในครั้งมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 65 คน โดยมีตัวแทนจาก 7 ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงบุคคลและองค์กรที่มีส่วนร่วมดำเนินโครงการฯ

ดร. ซูชีล จันทรา เลขฮัค (Susheel Chandra Lekhak) เลขาธิการโครงการ องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเปิดการประชุม

ในพิธีเปิด ดร.ซูชีล จันทรา เลขฮัค (Susheel Chandra Lekhak) เลขาธิการโครงการ องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงความท้าทายของการมีข้อมูลท่วมท้นในช่วงที่มีการระบาดของโรคว่า “การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ได้ตอกย้ำถึงความท้าทายที่เกิดจากข้อมูลที่มีอยู่มากเกินไปและข้อมูลที่ไม่ถูกต้องซึ่งแพร่ไปทั่วในช่วงที่เกิดโรคระบาดและเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขอื่นๆ เราเรียกว่าการแพร่ระบาดของข้อมูล (infodemic) ซึ่งบางครั้งก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วกว่าตัวโรคจริงๆ เสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่ทั่วโลกสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ”

ดร.เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม

พร้อมกันนั้น ดร.เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทย ได้ย้ำว่าความท้าทายดังกล่าวมีลักษณะเป็นสากล “เมื่อทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทาย นอกจากโรคภัยไข้เจ็บจะแพร่ไปทั่วอย่างไร้พรมแดนแล้ว ข้อมูลผิดๆ ก็แพร่ไปทั่วเช่นกัน” พร้อมเน้นว่า “วันนี้เรามาผนึกกำลังในระดับภูมิภาค และรับรู้ว่าเราต้องทำงานอย่างมีเอกภาพเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การรวบรวมองค์ความรู้ และการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้เราก้าวไปพร้อมกันในระดับภูมิภาคสู่ความมั่นคงด้านสุขภาพเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน”

การฝึกอบรมในครั้งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการกับการแพร่ระบาดของข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักสูตรครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การทำความเข้าใจบทบาทของการแพร่ระบาดของข้อมูลด้านสาธารณสุข 2) การจัดการกับข่าวปลอม (Fake News) และการส่งเสริมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 3) การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารประเด็นที่มีความเสี่ยง 4) การศึกษาพฤติกรรมสุขภาพและวิทยาศาสตร์เชิงพฤติกรรมที่มีส่วนช่วยในการจัดการกับการแพร่ระบาดของข้อมูล และ 5) การเพิ่มทักษะในการใช้เครื่องมือตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กับผู้เข้าร่วม

การอบรมครั้งนี้แตกต่างจากการอบรมที่ผ่านมาเพราะเน้นผสมผสานความเชี่ยวชาญของผู้เข้าร่วมงานและองค์กรพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาเซียนในการฟื้นตัวด้านสุขภาพ พร้อมสร้างกระบวนการร่วมมือด้านสุขภาพในระดับภูมิภาค ซึ่งจะมีการเตรียมความพร้อมให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในการตรวจจับและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นในการรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของข้อมูล นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากทั้งระดับชาติและระดับภูมิภาคยังมารวมตัวกันเพื่อเรียนรู้เครื่องมือและวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารความเสี่ยงเพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของข้อมูลในช่วงวิกฤต เนื่องจากกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนยังมีสมรรถนะหลักขั้นพื้นฐานไม่เท่ากัน ซึ่งส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขตามที่ผลการศึกษาก่อนหน้าได้ระบุไว้

กิจกรรมกลุ่มเรื่องข่าวปลอมและการสร้างวัฒนธรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในภาคประชาสังคม

การอบรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างเครือข่ายด้านการสื่อสารความเสี่ยงเพื่อตอบสนองภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในภูมิภาคอาเซียนสำหรับการระบาดใหญ่ในอนาคต แต่ยังเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนได้พัฒนาขีดความสามารถที่จำเป็นเพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของข้อมูล ผ่านการเรียนรู้จากกรณีศึกษาและประสบการณ์กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะช่วยให้คุ้นชินกับเครื่องมือตรวจสอบข้อเท็จจริงยิ่งขึ้น และเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าร่วมได้นำความรู้จากการอบรมไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์และสร้างความตระหนักรู้ในชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมเพิ่มการตรวจสอบข่าวลือ ตลอดจนสนับสนุนการสื่อสารด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพทั้งระดับประเทศและระดับอาเซียน

คุณพจมาน วงษ์สง่า ผู้อำนวยการโครงการ GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน

คุณพจมาน วงษ์สง่า ผู้อำนวยการโครงการฯ PHE GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวในพิธีเปิดว่า “การทำงานร่วมกันจะสามารถสร้างผลสะท้อนที่ยั่งยืนต่อภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและการความเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันวิกฤตในภูมิภาคต่อไป”

ดร. ซุก ฮอง แทน (Seok Hong Tan) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์สาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศมาเลเซีย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม

ขณะที่ ดร. ซุก ฮอง แทน (Seok Hong Tan) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์สาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศมาเลเซียได้กล่าวช่วงเปิดงานเช่นเดียวกันว่า “การอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมจึงถือเป็นเรื่องจำเป็นซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เพื่อปกป้องประชาชน งาน และส่งเสริมวัฒนธรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กลายเป็นบรรทัดฐานของสังคม”

ความพยายามร่วมกันในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้การสื่อสารด้านสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพทั้งภายในชุมชนและทั่วทั้งภูมิภาคเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนท่ามกลางวิกฤต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

คุณพจมาน วงษ์สง่า
ผู้อำนวยการโครงการ PHE
อีเมล:pouchamarn.wongsanga(at)giz.de

ดร. อรพรรณ ตาทา
ที่ปรึกษาโครงการ PHE
อีเมล:oraphan.tatha(at)giz.de

 

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)