IMPROVE

โครงการส่งเสริมมาตรการ แนวทาง และแผนงานเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพยานยนต์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

ความเป็นมา

บริบทโลก
ปัจจุบัน 1 ใน 4 ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับพลังงานที่ปล่อยออกมาทั่วโลกนั้นมาจากภาคขนส่ง ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการขนส่งทางบกในประเทศที่ไม่อยู่ในองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (non-OECD) เนื่องจากยานยนต์สันดาปภายในมีจำนวนมากขึ้น ถึงแม้จำนวนยานยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับยอดขายยานยนต์ทั่วโลก ในขณะเดียวกัน สัดส่วนของรถยนต์ขนาดใหญ่ (SUVs) เพิ่มขึ้นในทุกตลาดได้หักล้างประโยชน์ที่ได้จากการพัฒนาของประสิทธิภาพยานยนต์ในตลาดยานยนต์สันดาปภายใน

หลายประเทศขาดกฎระเบียบที่จะทำให้ตลาดยานยนต์ส่งเสริมการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านสภาพภูมิอากาศและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของประเทศได้ โครงการ IMPROVE จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ใน 4 ประเทศ ได้แก่ โคลัมเบีย เคนยา โมร็อคโค และไทย โดยให้การสนับสนุนกระทรวงที่เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินงานในการพัฒนาข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายและกฎระเบียบที่จะช่วยให้ประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ที่สะอาดขึ้นและมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานมากขึ้น

บริบทประเทศไทย
ในการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ฉบับปรับปรุง ประเทศไทยให้คำมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 30 – 40 ภายในปี พ.ศ. 2573 เมื่อเทียบกับกรณีฐานปกติ (BAU scenario) ซึ่งจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 555 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคคมนาคมขนส่งอาจสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซได้ถึง 45.61 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะนี้ ภาคคมนาคมขนส่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2562 จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ในปี พ.ศ. 2565 มีรถยนต์ในประเทศไทย 43.4 ล้านคัน โดยมีรถยนต์จดทะเบียนใหม่ประมาณ 2.7 ล้านคันต่อปี และในจำนวนนั้น 8 แสนคันเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล

ในฐานะประเทศผู้ผลิตยานยนต์อับดับ 10 ของโลก ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนนโยบายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้านยานยนต์ได้ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ตามนโยบาย “30@30” ประเทศไทยมุ่งที่จะผลักดันให้ร้อยละ 30 ของยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ รวมถึงร้อยละ 50 ของรถยนต์ส่วนบุคคลและรถกระบะที่ขายในประเทศ เป็นยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (ZEV) ภายในปี พ.ศ. 2573 นั่นหมายความว่า รถยนต์ใหม่ที่เหลืออีกร้อยละ 70 ในปี พ.ศ. 2573 จะยังคงพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยมลพิษปริมาณมหาศาล เว้นเสียแต่ว่าจะมีการปรับปรุงให้รถเหล่านั้นใช้น้ำมันน้อยลง โครงการ IMPROVE ตั้งใจจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้การสนับสนุนประเทศไทยในการทำความพยายามนี้ให้สำเร็จ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพยานยนต์ และการสร้างสมดุลระหว่างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของนโยบายเหล่านี้ในประเทศไทย

วัตถุประสงค์

โครงการ IMPROVE มุ่งให้การสนับสนุนประเทศร่วมดำเนินโครงการในการบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคคมนาคมขนส่ง โดยเน้นไปที่การพัฒนานโยบายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพด้านยานยนต์

แนวทางการดำเนินงาน

โครงการดำเนินงานโดยเข้าถึงหลายภูมิภาคและดึงหลายหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วม และทำงานร่วมกับกระทรวงที่เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินงานและผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ

1. การระบุทางเลือกนโยบาย

ในขั้นแรก โครงการและหน่วยงานร่วมดำเนินงานจะร่วมกันวิเคราะห์ตลาดยานยนต์และรูปการณ์ปัจจุบันของกฎเกณฑ์ในประเทศไทย โดยคำนึงถึงยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ พลังงาน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึง การมีอยู่ของข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล และคุณภาพของข้อมูล เพื่อให้หน่วยงานร่วมดำเนินงานสามารถระบุเครื่องมือเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับประเด็นที่ประเทศไทยให้ความสำคัญและเหมาะสมกับสภาพในท้องถิ่นมากที่สุด โดยอ้างอิงจากการวิเคราะห์นี้

2. การเก็บข้อมูลและการพัฒนาข้อมูลฐาน

แนวทางกฎเกณฑ์แบบใหม่ทำให้ต้องมีพื้นฐานเชิงประจักษ์ที่แน่นหนาและเชื่อถือได้ ดังนั้น เมื่อเลือกเครื่องมือเชิงนโยบายแล้ว โครงการจะให้การสนับสนุนหน่วยงานร่วมดำเนินงานในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับยานพาหนะ การใช้เชื้อเพลิง และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างหรือปรับปรุงข้อมูลฐานของการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับกลุ่มยานยนต์ที่เกี่ยวข้อง

3. การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการสร้างฉันทามติ

โครงการจะให้การสนับสนุนหน่วยงานร่วมดำเนินงานการในการดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาข้อเสนอนโยบาย โดยการจัดการประชุมร่วมกับที่ปรึกษาและการประชุมเชิงปฏิบัติการ และจัดตั้งคณะอำนวยการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายหน่วยงาน

4. การศึกษาเชิงเทคนิคและการออกแบบข้อเสนอนโยบาย

ด้วยการศึกษาทางวิชาการเชิงลึกจะช่วยสนับสนุนกระบวนการพัฒนาข้อเสนอนโยบาย ซึ่งจำเป็นสำหรับการออกแบบนโยบายใหม่ และการดำเนินการจริง การศึกษานี้ประกอบด้วยฉากทัศน์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคม และข้อแนะนำทางกฎหมาย

5. การเรียนรู้จากต่างประเทศ

เนื่องจากโครงการมีการดำเนินงานในสี่ประเทศไปพร้อม ๆ กัน แต่ละประเทศจะสามารถได้ประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนซึ่งกันและกัน โครงการจะจัดเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ในงาน Transport and Climate Change Week ในเมืองเบอร์ลิน ซึ่งประเทศร่วมดำเนินงานจะได้ปฏิสัมพันธ์กับประเทศร่วมดำเนินงานอื่นและกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ

การดำเนินงานที่ผ่านมา (สำหรับโครงการที่เริ่มดำเนินการเป็นปีที่ 2 ขึ้นไป)

  • ร่างรายงานการศึกษาเพื่อกำหนดขอบเขตรายละเอียด
  • การสร้างความร่วมมือระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรและสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในเรื่องข้อเสนอแนะด้านนโยบายประสิทธิภาพพลังงาน
  • การจัดตั้งคณะทำงานของโครงการ โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรเป็นประธาน

สนับสนุนงบประมาณโดย

กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ ความปลอดภัยทางปรมาณู และคุ้มครองผู้บริโภค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUV)

ประเทศ

โคลัมเบีย เคนยา โมร็อกโก ไทย

หน่วยงานร่วมดำเนินงาน

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม ประเทศไทย 
โดยความร่วมมือกับ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ประเทศไทย

ระยะเวลาดำเนินโครงการ

ธ.ค. 2565 – พ.ค. 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

เดเนียล บองการ์ต
ผู้อำนวยการโครงการ 
อีเมล: daniel.bongardt(at)giz.de

ปพนธนัย นันทชัชวาลย์กุล
ผู้จัดการโครงการ
อีเมล: papondhanai.nanthachatchavankul(at)giz.de

แก้ไข วันที่ 07 ต.ค. 2567

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)