Coffee+ Thailand

โครงการพัฒนาระบบการผลิตกาแฟของผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความเป็นมา

แม้ว่าความต้องการกาแฟจะมีสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ การผลิตกาแฟในประเทศผู้ผลิตหลักๆ ในภูมิภาคลดลงเป็นอย่างมาก สาเหตุหลักของผลผลิตกาแฟที่ลดลง ได้แก่ พื้นที่ปลูกกาแฟลดลงแต่ในขณะเดียวกันมีความต้องการและการบริโภคที่สูงขึ้น ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์ ต้นกาแฟอายุมาก (อายุมากกว่า25 ปี) ขาดการดูแลรักษา ตัดแต่งทรงพุ่ม สวนมีสภาพเสื่อมโทรมและมีการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เกษตรกรยังขาดความรู้และทักษะในการเป็นผู้ประกอบการเกษตรเชิงธุรกิจ (agripreneurship) และขาดการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)

วัตถุประสงค์

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อยในพื้นที่เป้าหมายในประเทศไทย (2,000 ราย) ฟิลิปปินส์ (1,500 ราย) และอินโดนีเซีย (7,000 ราย) จำนวนทั้งสิ้น 10,500 ราย ได้พัฒนาระบบการปลูกกาแฟที่สามารถมีผลผลิตเพิ่มขึ้น สร้างรายได้มากขึ้น รวมถึงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แนวทางการดำเนินงาน

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกับบริษัท เนสท์เล่ จำกัด ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการผลิตกาแฟของผู้ประกอบการรายย่อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือโครงการคอฟฟี่พลัส โดยได้ทำงานร่วมกันในการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้าใน 3 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 10,500 ราย ในจำนวนนี้เป็นเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทย 2,000 ราย

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด ทางโครงการคอฟฟี่พลัส ได้มีการออกแบบการดำเนินงานใน 3 ระดับไปพร้อมๆ กัน กล่าวคือ ระดับปัจเจคบุคคล-เกษตรกร ระดับองค์กร และระดับนโยบาย

ในระดับเกษตรกร

ทางโครงการฯ ได้ให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในการเพิ่มทักษะและองค์ความรู้ในการทำการเกษตรเชิงธุรกิจ ภายใต้หลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (Farmer Business School – FBS)” ซึ่งพัฒนาโดย GIZ เพื่อเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการและวางพื้นฐานที่นำไปสู่การบริหารจัดการแปลงเกษตรแบบมืออาชีพ อีกทั้งยังมีการฝึกอบรมหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อพัฒนาทักษะทางเทคนิคในเรื่องการเพิ่มผลผลิตกาแฟ การจัดการดินและธาตุอาหาร การปลูกกาแฟแบบผสมผสาน การฟื้นฟูสภาพต้นกาแฟ และอื่นๆ และการทำแปลงสาธิตเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่เกษตรกร

ในระดับองค์กร

โครงการฯ ยังได้ช่วยสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ และสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน และเพื่อเสริมสร้างโครงสร้างองค์กรท้องถิ่นเดิมที่มีอยู่ สร้างความเป็นเจ้าของในท้องถิ่นและให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

ในระดับนโยบาย

เพื่อความยั่งยืนของแนวทางและวิธีการทำงาน ตลอดทั้งเครื่องมือที่ทางโครงการฯ ใช้ในการดำเนินงาน ทางโครงการฯ จึงได้มีการดำเนินงานในระดับนโยบายและการมีส่วนร่วมควบคู่กันไป โดยโครงการฯ ได้ให้การสนับสนุนทั้งในการนำเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการปรับและนำแผนยุทธศาสตร์กาแฟของไทยไปใช้ทั้งในระดับประเทศและจังหวัด ในการนี้ทางโครงการฯ ได้ให้การสนับสนุนการนำนโยบายกาแฟในระดับประเทศลงไปสู่การปฏิบัติในระดับท้องถิ่นด้วยการเข้าร่วมเป็นแกนนำและอำนวยความสะดวกในการพัฒนายุทธศาสตร์กาแฟโรบัสต้าชุมพรให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมและนำไปใช้อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้เกิดการพัฒนากาแฟโรบัสต้าชุมพรอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ทางโครงการฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ในการเผยแพร่องค์ความรู้ เครื่องมือ ตลอดทั้งแนวทางวิธีการดำเนินงานของโครงการฯ ไปสู่ทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐในพื้นที่และระดับประเทศ รวมทั้งภาคประชาสังคม การนำองค์ความรู้ที่มีถ่ายทอดให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร หรือผู้สนใจต่อไป

ผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมา

  1. การเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกร องค์กรเกษตรกร/ กลุ่มเกษตรกร ผ่านหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)”
    • ครูฝึก/ผู้ฝึกสอน: การจัดฝึกอบรมครูฝึกหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” และการฝึกอบรมทบทวนความรู้ให้แก่ครูฝึกหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)”
    • เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ: การจัดอบรมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” ให้กับเกษตรกรทั้งสิ้น 2,020 ราย (กันยายน พ.ศ. 2561 – มกราคม พ.ศ. 2563) และได้มีการติดตามเกษตรกร และมีการทบทวนความรู้ให้กับเกษตรกรที่ได้รับการอบรมไปแล้วจำนวน 1,511 ราย ในจำนวนนี้มีเกษตรกรที่ได้นำความรู้ที่ได้รับจากหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจเกษตรไปปฏิบัติคิดเป็น 59.76% นอกจากนี้ยังได้มีการจัดอบรมเพิ่มเติม ทักษะทางเทคนิคในเรื่องการเพิ่มผลผลิตกาแฟ การลดต้นทุนโดยการผสมปุ๋ยใช้เอง การจัดการดินและธาตุอาหาร การปลูกพืชผสมผสาน การฟื้นฟูสภาพต้นกาแฟ และอื่นๆ โดยมีเกษตรกรที่ได้นำความรู้เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีในแปลง เทคนิคการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน และอื่นๆ ไปปฏิบัติคิดเป็น 62%
    • องค์กรเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร: การเข้ามามีส่วนร่วมขององค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร โดยการทำแผนร่วมกัน การจัดฝึกอบรมให้กับกลุ่มเกษตรกรในเรื่องต่างๆ และการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ระหว่างกลุ่มที่มีความเข้มแข็งแล้วกับกลุ่มที่เพิ่งเริ่มจัดตั้ง
  2. องค์ความรู้
    • คู่มือครูฝึก/ผู้ฝึกสอนหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)”
    • คู่มือและแบบฝึกหัดสำหรับเกษตรกรหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)”
    • หลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)  และเทคนิคในเรื่องการเพิ่มผลผลิตกาแฟ การลดต้นทุนโดยการผสมปุ๋ยใช้เอง การจัดการดินและธาตุอาหาร การปลูกผสมผสาน การฟื้นฟูสภาพต้นกาแฟ และอื่นๆ
    • คู่มือการปลูกพืชร่วมกับพืชกาแฟ (Intercropping Model) ฉบับภาษาไทยและอังกฤษ
    • สื่อการสอนการ์ตูนพร้อมภาพเคลื่อนไหวแบบ 2 มิติ (FBS infographic 2D animation ) เพื่อให้ความรู้ในหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)”
    • คู่มือฉบับการ์ตูนให้ความรู้ในหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS) ”
    • แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเรียนรู้หลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” ผ่านระบบฐานข้อมูล SmartBox, แอพพลิเคชั่น Plant for U ในระบบแอนดรอยด์และแท็บเล็ต
  3. การปลูกพืชแบบผสมผสาน
    • แบบจำลองการปลูกพืชผสมผสาน การปลูกพืชร่วมกับพืชกาแฟจำนวน 3 แบบ
    • การจัดทำแปลงสาธิตการปลูกพืชผสมผสาน การปลูกพืชร่วมกับพืชกาแฟจำนวน 17 แปลง เพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรรายอื่นได้เรียนรู้
  4. ความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ
    • ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น (ในการนำแผนยุทธศาสตร์กาแฟระดับชาติไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมในระดับท้องถิ่น การสนับสนุนให้เกิดแผนยุทธศาสตร์กาแฟโรบัสต้าจังหวัดชุมพร การสนับสนุนให้เกิดคณะทำงานขับเคลื่อนการทำงานตามแผนยุทธศาสตร์กาแฟโรบัสต้าจังหวัดชุมพร)
    • ความร่วมมือกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ในการจัดทำหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” สำหรับพืชกาแฟ เป็นหลักสูตรระยะสั้นของวิทยาลัยฯ และการจัดทำแปลงสาธิตการปลูกพืชร่วมกับพืชกาแฟในพื้นที่ของวิทยาลัยฯ
    • ความร่วมมือกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการจัดคอร์สอบรม เพื่อให้ความรู้ในหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” แบบออนไลน์
  5.  การยอมรับและนำองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการไปใช้ในองค์กร
    • ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อขยายเครือข่ายการเรียนรู้และนำองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการไปใช้ในการปฏิบัติงานในส่วนงานที่เกี่ยวข้องขององค์กร (จัดอบรมวิทยากรในหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” ให้กับเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมกาแฟแห่งประเทศไทย)
    • เผยแพร่องค์ความรู้ในหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” ในรูปแบบสื่อการสอนการ์ตูนพร้อมภาพเคลื่อนไหวแบบ 2 มิติ (FBS infographic 2D animation) ผ่านระบบ SmartBox ภายใต้การกำกับดูแลของกรมวิชาการเกษตร (DOA)
    • หลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบในงานด้านส่งเสริมการเกษตรทั้งหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ อันประกอบด้วยกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร รวมไปถึงภาคการศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยทางโครงการฯ ได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นในการจัดทำแผนการทำงานร่วมกัน เพื่อจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความพร้อมทั้งในด้านทักษะและองค์ความรู้ในหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” ให้สามารถออกไปปฏิบัติหน้าที่ในการให้การอบรมการเป็นวิทยากร (Training of Trainers) เพื่อไปอบรมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ผู้ที่จะออกไปปฏิบัติหน้าที่ในการอบรมเกษตรกร (Training of Farmer) ในพื้นที่สำหรับหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)”
    • ช่องทางการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ถูกจัดทำขึ้นผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายการเรียนรู้ของกรมวิชาการเกษตรเพื่อขยายการเข้าถึงองค์ความรู้ในหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS)” แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ ไปสู่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร (ศพก.) 800 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อเปิดช่องทางการเข้าถึงให้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ในหลักสูตร “โรงเรียนธุรกิจเกษตร (FBS) ” ได้อย่างแพร่หลายผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ หลากหลายช่องทาง เช่น:
      • ฐานข้อมูล SmartBox ของกรมวิชาการเกษตร
      • แอพพลิเคชั่น Plant for U ในระบบแอนดรอยด์และแท็บเล็ต
      • ช่องยูทูปของกรมวิชาการเกษตร:   https://www.youtube.com/playlist?list=PLkNKLHFrVE9zcNfJTv-FbmoCmL1RD_AdH
      • หน้าเพจหลักของกรมวิชาการเกษตร:   https://bit.ly/3EQLkfb

รับชมวิดีโอเกี่ยวกับโครงการ

สนับสนุนงบประมาณโดย

กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) via   DeveloPPP.de

ประเทศ

ประเทศไทย

หน่วยงานร่วมดำเนินงาน

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด

ระยะเวลาการดำเนินโครงการ

ม.ค. 2561 – ก.ค. 2565

ข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อ

พจมาน วงษ์สง่า   
อีเมล: pouchamarn.wongsanga(at)giz.de

Scroll to Top
EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Data from the following embedded codes are sent to Google Inc. More information in our Privacy Policy.

EMBEDDED YOUTUBE VIDEOS

Enable or disable cookies for embedding and playing YouTube videos on our site.

(เปิดหรือปิดคุกกี้สำหรับการฝังและเล่นวิดีโอ YouTube บนเว็บไซต์ของเรา)