|
|
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทางเลือกหนึ่งของการลดก๊าซเรือนกระจกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา GTZ และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ได้จัดการสัมมนาวิชาการในหัวข้อ “การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและการจัดการเชิงนิเวศกับการลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยมร. ไอเคิล อ๊อตโต (Destination Development and Eco-Management: How to Respond to Climate Change by Mr Eike Otto) ผู้เชี่ยวชาญของ GTZ จากประเทศเยอรมนี ได้นำเสนอข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้นต่อระบบนิเวศ ซึ่งแน่นอนว่า ผลกระทบเหล่านี้ย่อมส่งผลถึงความเป็นไปและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็มีส่วน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นกัน จากผลการศึกษาของสถาบันนิเวศ ไฟรบวร์ก ประเมินได้ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีส่วนก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ ประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณก๊าซที่ถูกปล่อยสู่บรรยากาศทั้งหมดทั่วโลก ปัจจุบันกระแสตื่นตัวของนักท่องเที่ยวในเรื่องภัยและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการต่างๆ ทั่วโลกต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว รวมทั้งเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศและระบบนิเวศที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ประเทศในแถบยุโรปหลายประเทศจึงหันมารณรงค์และส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างแท้จริงและครบวงจร โดยเสนอแพคเกจท่องเที่ยวที่ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้พลังงานและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม อาทิ การส่งเสริมการท่องเที่ยวของ Alpine Pearl, Black Forest (Germany), Spessart (Germany), Viabono (Germany), Arosa (Switzerland), และ Werfenweg (Austria) ซึ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการลดการใช้พลังงานปิโตรเลียม การใช้รถสาธารณะแทนรถส่วนตัว ดูแลป่าไม้ ฟื้นฟูธรรมชาติและอื่นๆ ซึ่งโปรแกรมการท่องเที่ยวเหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดยุโรป มร. อ็อตโตได้สรุปในตอนท้ายของการสัมมนาว่า การบริหารแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้วัสดุและสินค้าในท้องถิ่นให้มากที่สุด เน้นการใช้และบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทดแทน การคุ้มครองธรรมชาติและระบบนิเวศ และส่งเสริมกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อน ที่สำคัญคือ ต้องทำการตลาดเพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ผู้เข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้มาจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งมีผู้ซักถาม แสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกรณีการจัดการแหล่งท่องเที่ยวทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมากมาย |